ลักษณะการกระทํารวมหมู่เพื่อตอบโต้กับปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทั้งยุทธวิธี ขัดขวาง
ท้าทายระบบการเมืองปกติและยุทธวิธีตามช่องทางระบบการเมืองปกติ ตั้งแต่การรวมกลุ่ม การ
เอาไม้ปักหอยออก การประกาศให้คนทั่วไปมาหาหอยในอ่าวได้ การเข้าพบประมงจังหวัดให้
ช่วยแก้ปัญหา การพบรองผู้ว่าราชการจังหวัด จนกระทั่งวิธีการในระบบปกติคือ การเข้าแสดง
ความคิดเห็นในที่ประชุมในระดับต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอ่าวปัตตานี
ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกข่มขู่ จากกลุ่มนายทุน แกนนําคนหนึ่ง
เล่าว่า “ผมรู้สึกว่าเกิดความไม่ยุติธรรมกับชาวบ้านในพื้นที่ ในฐานะที่ตัวเองเป็นคนในพื้นที่
และรู้ในเรื่องกระบวนการระบบกฎหมาย เลยอยากช่วยเหลือ ผลักดันให้ชาวบ้านเรียกร้องสิท ธิ
ของตั วเอง ชาวบ้านที่ นี้ทราบดี ว่ าตัว เองมี สิ ทธิ ในทรั พยากร แต่ ไม่ รู้ ก ระบวนการที่จ ะต่ อ สู้
เรียกร้อง และที่ผมทาไปไม่ได้หวังผลประโยชน์ใด ๆ นอกจากจะได้เห็นอ่าวปัตตานีที่บ้านมี
ความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านสามารถทาประมงหารายได้ได้ตามปกติดังภาพที่เคยเห็นในวัยเด็ก”
การเคลื่อนไหวครั้งนี้กลับสร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อพื้นที่และการเข้าใจสิทธิชุมชน
ของคนในพ��้นที่ จนกระทั่งทําให้หลังจากชนะคดีกับนายทุน เรื่องการเลี้ยงหอยแครง ทําให้เป็น
คดีตัวอย่างกับพื้นที่อื่น ๆ และ ชาวประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานีสามารถประกอบอาชีพได้ใน
พื้ น ที่ ส าธารณะในอ่ า วปั ต ตานี ต่ อ มากรณี ข้ อ พิ พ าทดั ง กล่ า วชาวประมงพื้ น บ้ า นประสบ
ความสําเร็จในการเคลื่อนไหวทําให้เป็นกรณีตัวอย่างในพื้นที่อ่าวปัตตานีที่ให้ภาคส่วนต่าง ๆ หัน
มาตระหนักและใส่ใจต่อสิทธิชุมชนและพื้นที่อ่าวปัตตานีมากขึ้น เมื่อศาลฎีกามีคําพิพากษายก
ฟูองจําเลยทั้ง 6 คน ในกรณีคดีหอยแครงปัตตานีที่ชาวประมงพื้นบ้านรวมทั้งประมงอําเภอ
เมืองจังหวัดปัตตานีในขณะนั้นต้องตกเป็นจําเลย หลังจากผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครงในอ่าว
ปัตตานีได้ฟูองร้องผู้ที่ทําลายทรัพย์สินหอยแครงที่เลี้ยงในอ่าวปัตตานีได้รับความเสียหาย
ในกรณีการเคลื่อนไหวดังกล่าวแกนนําหรือผู้เคลื่อนไหวเองได้ตั้งข้อสังเกตว่าชาวบ้านมี
ข้อเสียเปรียบ คือ การไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายทําให้กระทําการเคลื่อนไหวจนถูกฟูองร้อง
เนื่องจากคู่กรณีมีความรู้ทางด้านกฎหมายจึงถือเป็นบทเรียนให้การเคลื่อนไหวในระยะต่อมามี
การเสริมสร้างการให้ความรูแ้ ละความเข้าใจเรื่องกฎหมายและเรื่องสิทธิชุมชนในแง่ของการมีอยู่
หรื อ ต้ อ งได้ รั บ สิ ท ธิ ซึ่ ง เป็ น เรื่ อ งพื้ น ฐานที่ สํ า คั ญ ที่ ต้ อ งสร้ า งความเข้ า ใจให้ แ ก่ ค นในชุ ม ชน
โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งประชาชนในชุมชนได้มีการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นจากหน่วยงาน
หรือองค์กรภาคประชาชน หลังจากเริ่มมีกรณีพิพาทเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือการ
59