แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i พื้นที่ของรัฐ โดยมีหลายกรณีที่รองเรียนวาเจาหนาที่รัฐใชอํานาจกระทําเกินกวาเหตุในการจับกุมหรือผลักดัน ชาวบานออกนอกพื้นที่และทําใหเกิดการทํารายรางกายและทําลายทรัพยสินของชาวบาน เชน กรณีหนวยปองกัน รักษาปาใชอํานาจและกําลังเขาจับกุมชาวบานในพื้นที่อุทยานแหงชาตินํ้าหนาว จ.เพชรบูรณ หรือกรณีเจาหนาที่ อุทยานแหงชาติหาดนพรัตนธารา - หมูเกาะพีพี เขาทําลายและรื้อถอนผลอาสินของชาวบานในพื้นที่ ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ เปนตน ในขณะเดียวกันก็มีการใชอํานาจรัฐอนุญาตใหหนวยงานรัฐหรือเอกชนเขาไปดําเนินโครงการในพื้นที่ ที่ชุมชนใชประโยชนของชุมชน เชน กรณีการออกเอกสารสิทธิในบริเวณปาพรุ ต.แมรําพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ เพื่อกอสรางโรงงานถลุงเหล็ก หรือกรณีการอนุญาตใชที่ปาที่เปนที่ทํากินของราษฎรทําสวนปา คอนสาร สวนปาโคกยาว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ สวนปาหวยจันทร จ.ศรีสะเกษ สวนปาคลองทอม จ.กระบี่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมรายงานขอมูลถึงเดือนเมษายน 2551 สรุปคดีในเขตปา ป 2550 จํานวน 6,711 คดี ป 2551 จํานวน 2,625 คดี โดยเฉพาะคดีในศาลอุทธรณภาค 5 (ครอบคลุมจังหวัดในภาคเหนือ ตอนบน) ในป พ.ศ. 2548 จํานวนคดีฟองบุกรุกปาสงวนแหงชาติ 981 คดี จํานวนคดีบุกรุกเขตอุทยานแหงชาติ 91 คดี พ.ศ. 2550 จํานวนคดีฟองบุกรุกปาสงวนแหงชาติ 1,144 คดี จํานวนคดีบุกรุกเขตอุทยานแหงชาติ 103 คดี การจับกุมฟองรองคดีบุกรุกปา ทั้งปาสงวนแหงชาติและปาอนุรักษกับชาวบานมากกวา 1,000 คดี ชาวบานที่ถูกจับกุมฟองรองดําเนินคดีแตละปมีจํานวนกวา 1,000 คน และหากมีการจับกุมฟองรองดําเนินคดีกับ ราษฎรที่อยูในเขตปาทุกราย ตามขอมูลที่หนวยงานดานปาไมรายงานใหกับคณะกรรมาธิการชุดตาง ๆ ของรัฐสภา มีราษฎรอยูในเขตปาสงวน 450,000 ราย อุทยานแหงชาติและเขตรักษาพันธุสัตวปา 185,916 ราย หากเจาหนาที่ รัฐปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่มีอยูอยางเครงครัดโดยไมเลือกปฏิบัติ ราษฎรที่จะตองถูกจับกุมดําเนินคดีในคดี ปาไมทงั้ หมดคงไมนอ ยกวา 600,000 ราย การบังคับใชกฎหมายทีเ่ กาแกลา สมัยและสงผลใหราษฎรทีค่ รอบครองทีด่ นิ ประกอบอาชีพการเกษตรโดยสุจริตกลายเปนผูก ระทําผิดกฎหมายนับแสนรายมานานนับครึง่ ศตวรรษโดยไมอาจหา วิธีการแกไขได นอกจากเลือกปฏิบัติจับกุมเปนราย ๆ ไป จึงสะทอนถึงการบริหารจัดการที่ดินปาไมที่ผิดทิศผิดทาง เพราะไมสอดคลองกับบริบทของสังคมและความเปนจริงในปจจุบันจนสงผลกระทบตอความมั่นคงของชาติ ทําใหเศรษฐกิจและสังคมฐานรากไมมั่นคง งานวิจัยหลายชิ้นไดเสนอทางออกไวให ทั้งเรื่องการจัดทําแนวเขตปา ใหชัดเจน การตรวจสอบพิสูจนสิทธิ์การถือครองที่ดินในเขตปาใหแลวเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งการเพิกถอนเขตปา ที่ประกาศทับที่ดินราษฎรและชุมชน แตขอเสนอเหลานี้ไมไดรับการพิจารณาจัดการแกไขอยางจริงจังและตอเนื่อง ทําใหไมสามารถแยกแยะออกไดวาใครบาง คือ ผูบ ุกรุกทําลายปาและจะจัดการแกไขอยางไร ใครบางทีถ่ ูกรัฐละเมิด สิทธิที่ดินที่เขาอยูมากอนการประกาศเขตปา และจะมีวิธีการจัดการแกไขอยางไร ปจจุบันการบริหารจัดการพื้นที่ ปาจึงเปนไปตามนโยบายฝายการเมืองและผูบริหารระดับสูงของหนวยงานรัฐโดยขาดหลักธรรมาภิบาลและ หลักบริหารจัดการกิจการบานเมืองที่ดี เพราะขาดการปรึกษาหารือกับทองถิ่นและประชาชนผูไดรับผลกระทบ การละเมิดสิทธิมนุษยชนของร��ษฎรและชุมชนในเขตพื้นที่ปาไมที่มีอยูจึงยังแกปญหาไมได และที่กําลังจะเกิดขึ้น อีกตอไปก็ยังไมมีวิธีจัดการแกไข รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 65

Выберите целевой абзац3