พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน
Human Rights Obligations of the ASEAN Community
ร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกจ�ำนวน ๕ ฉบับ และหากจะชีเ้ ฉพาะสนธิสญ
ั ญาทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิมนุษยชนโดยแท้ (กล่าวคือ
ตั้งอยู่บนหลักการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ทรงสิทธิและ/หรือก�ำหนดหน้าที่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง
มาตรการเยียวยา) จะมีเพียงฉบับเดียวที่เข้าข่าย คือ อนุสัญญาต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (ACTIP) ที่เพิ่ง
มีการรับรองโดยที่ประชุมผู้น�ำอาเซียนครั้งที่ ๒๗ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นตราสารที่
ส�ำนักเลขาธิการอาเซียนยังมิได้รวบรวมไว้ในรายชือ่ ตราสารทีใ่ ช้ในการวิเคราะห์ในครัง้ นี้ (เนือ่ งจากเพิง่ มีการรับรอง) นอกจาก
อนุสัญญาต่อต้านการค้ามนุษย์ฯ แล้ว ตราสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนที่เหลือสามารถแยกออกได้เป็น
สองประเภท กล่าวคือ กลุ่มที่ก�ำหนดเนื้อหามี ๔ ฉบับ ได้แก่ อนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและ
อนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการตอบสนองต่อภัยพิบัติ รวม ๓ ฉบับ (ข้อตกลงว่าด้วยการอนุรักษ์
ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ ๒๕๒๘ ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับเนื่องจากยังมีจ�ำนวนประเทศสมาชิกที่ให้สัตยาบันไม่ครบ
๖ ประเทศ ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลภาวะจากหมอกควันข้ามพรมแดน ๒๕๔๕ และข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการ
ภัยพิบัติและการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ซึ่งสองฉบับหลังมีผลใช้บังคับแล้ว) และในกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มตราสาร
ที่จัดตั้งองค์กรเพื่อท�ำหน้าที่เฉพาะด้านที่มีผลกระทบต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนซึ่งรวมถึงข้อตกลงเพื่อจัดตั้งศูนย์ความ
หลากหลายทางชีวภาพอาเซียน และข้อตกลงเพื่ อ จั ด ตั้ ง ศู นย์ ประสานงานอาเซี ย นเพื่ อ การให้ ค วามช่ วยเหลื อ ด้ าน
มนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ
บทที่ ๖
ทิศทางการพัฒนาและความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียน
สิง่ ทีก่ ำ� หนดทิศทางการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียนทีส่ ำ� คัญ คือ วิสยั ทัศน์อาเซียน ๒๐๒๕ ซึง่ ผูน้ ำ� อาเซียน
ได้รับรองในการประชุมสุดยอดผู้น�ำอาเซียนครั้งที่ ๒๗ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ เพื่อใช้แทนที่
วิสยั ทัศน์อาเซียน ๒๐๑๕ โดยประเด็นทีส่ ำ� คัญเกีย่ วกับสิทธิมนุษยชนจากการวิเคราะห์วสิ ยั ทัศน์ฉบับใหม่ของอาเซียน ได้แก่
๑) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม หรือ ASCC ยังคงเป็นประชาคมที่ก�ำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดในด้าน
สิทธิมนุษยชนที่ชัดเจนที่สุดในบรรดาสามประชาคม และในวิสัยทัศน์ ๒๐๒๕ ยังได้เพิ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีกหลายประการ
ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิมนุษยชน เช่น การน�ำหลักธรรมาภิบาลเป็นหลักการก�ำกับการด�ำเนินการของประชาคม
อาเซียนเพื่อประโยชน์ของประชาชน การก�ำหนดให้หลักการความยั่งยืนเป็นหลักการส�ำคัญของประชาคม และหลักการ
ภูมิคุ้มกัน หรือความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อความเสี่ยงทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่ปรากฏใน
วิสัยทัศน์ปี ๒๐๑๕
๒) ประชาคมเศรษฐกิจ หรือ AEC ก�ำหนดเป้าหมายและตัวชีว้ ดั ทีส่ ำ� คัญส�ำหรับประเด็นสิทธิมนุษยชนสองประการ
คือ ธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้สามารถขยายผลในทางปฏิบัติในการสร้างความร่วมมือ
ระหว่างประชาคมต่าง ๆ เพือ่ จัดท�ำโครงการหรือการด�ำเนินการทีจ่ ะเสริมสร้างความตระหนักรูห้ รือการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
ทั้งในระดับอาเซียนและประเทศสมาชิกได้ เช่น การจัดท�ำโครงการหรือการศึกษาผลกระทบจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะการเชื่อมต่อในอาเซียน (ASEAN Connectivity) ต่อความยั่งยืนของธรรมชาติ หรือการส่งเสริมธรรมาภิบาล ซึ่ง
รวมถึงหลักการสิทธิมนุษยชนในภาคส่วนต่าง ๆ
๓) ส�ำหรับประชาคมความมั่นคงและการเมือง หรือ APSC ก�ำหนดวิสัยทัศน์ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับที่ปรากฏ
ในวิสัยทัศน์ปี ๒๐๑๕ แต่ได้ก�ำหนดรายละเอียดส�ำหรับ AICHR เพิ่มเติมขึ้นอย่างมีนัยส�ำคัญ
ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
21