นอกจากนั้น ในบทที่ ๖ ยังได้วิเคราะห์ถึงความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียนในประเด็นต่าง ๆ โดยเน้น
ความท้าทายของกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนโดยเฉพาะ AICHR เนือ่ งจากเป็นกลไกหลักซึง่ ความท้าทายหลักของประชาคม
อาเซียนเกิดจากโครงสร้างที่แบ่งออกเป็นสาม “เสาหลัก” ในขณะที่ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับ
ทุกภาคส่วน ดังนั้น จึงเป็นโจทย์ส�ำคัญของอาเซียน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง AICHR ในการประสานและเผยแพร่หลัก
สิทธิมนุษยชนให้สอดแทรกอยู่ในการท�ำงานของทุกภาคส่วน
บทที่ ๗
บทบาทของประเทศไทยในการผลักดันประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียน
ในบทสุดท้ายของการศึกษา ได้จัดท�ำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาทของประเทศไทยในการผลักดันประเด็น
ด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียน โดยมีข้อพิจารณาที่ส�ำคัญ คือ การที่ประเทศไทยจะท�ำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนอีกครั้งในปี
พ.ศ. ๒๕๖๒ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ อาเซียนจะฉลองครบรอบการจัดตั้ง ๕๐ ปี ค�ำถาม คือ ประเทศไทยจะแสดงบทบาท
อย่างไรในห้วงเวลาดังกล่าว ซึ่งในการศึกษานี้ได้เสนอแนวทางด�ำเนินการ ๒ แนวทาง ในแนวทางแรกเป็นบทบาทภายใน
ประเทศ และกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยประเทศไทยสามารถด�ำเนินการได้สี่ประเด็น คือ การเข้าเป็นภาคีในสนธิสัญญา
ระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชนและการอนุวัติการตามพันธกรณีอย่างมีประสิทธิภาพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์
กับประเทศสมาชิกอื่นในด้านสิทธิมนุษยชน การให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกในด้านสิทธิมนุษยชน และการปรับ
โครงสร้างและเสริมสร้างสมรรถนะขององค์กรและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ควรพิจารณาให้ความส�ำคัญกับภารกิจ โดยอาจให้มี
กลไกด�ำเนินการเฉพาะ โดยเฉพาะกรณีของ กสม. ทีค่ วรพิจารณาจัดตัง้ หน่วยงานเฉพาะทีม่ ภี ารกิจในด้านทีเ่ กีย่ วกับอาเซียน
เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดนและการกระท�ำที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ข้ามรัฐ เป็นต้น แล��แนวทาง
ทีส่ อง เป็นการแสดงบทบาทในระดับอาเซียนซึง่ มีสามแนวทางย่อย กล่าวคือ การผลักดันให้มกี ารปฏิรปู กลไกสิทธิมนุษยชน
อาเซียน การผลักดันสิทธิมนุษยชนให้เป็นแนวนโยบายและเป้าหมายของประชาคมอาเซียน (Mainstreaming of Human
Rights in the ASEAN Community) และการพัฒนาตราสารสิทธิมนุษยชนส�ำหรับอาเซียน
22
ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ