(๓) สนธิสัญญาระหว่างประเทศ
หากเป็นตราสารระหว่างประเทศอันมีมิติด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม พบว่า ยังไม่มีตราสาร
ฉบับใดทั้งที่มีผลผูกพันและไม่ผูกพันที่กล่าวว่า สิทธิในสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิมนุษยชนโดยเอกเทศ
การยอมรับสิทธิในสิง่ แวดล้อมและการบังคับใช้สทิ ธิมนุษยชนกับการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อมตามหลักกฎหมายระหว่าง
ประเทศในระดับภูมิภาค สามารถแยกพิจารณาเป็น ๓ กรณี ดังนี้
(๑) ภูมิภาคยุโรป
ตราสารสิ่งแวดล้อมแทบทุกฉบับจะน�ำสิทธิเชิงกระบวนการมาปรับใช้แก่การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ส่วนสิทธิ
เชิงเนื้อหา ยอมรับว่ามี “สิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี” ตามอนุสัญญา Aarhus การบังคับใช้จึงเน้นแต่เพียง
สิทธิมนุษยชนที่มีอยู่และได้รับการรับรองอยู่แล้ว
(๒) ภูมิภาคอเมริกา
ตราสารของภูมิภาครับรองค�ำว่า “สิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี (Right to Live in Healthy
Environment)” ซึง่ มิใช่สทิ ธิในสิง่ แวดล้อมโดยเอกเทศ หากแต่เป็นการใช้สทิ ธิในชีวติ (Right to Life) และสิทธิในสุขภาพ (Right to
Health) ผสมผสานกัน และการยอมรับในสิทธิดงั กล่าวจ�ำกัดอยูเ่ พียงกลุม่ ประเทศในอเมริกาใต้ทเี่ ป็นประเทศก�ำลังพัฒนาเท่านัน้
(๓) ภูมิภาคแอฟริกา
กฎบัตรภูมิภาคยอมรับว่า “สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี” เป็นสิทธิมนุษยชน โดยใช้ควบคู่ไปกับสิทธิในการพัฒนา
(Right to Development) และรับรองว่าสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นสิทธิเชิงกลุ่มหรือสิทธิร่วมกันของประชาชน
การน�ำสิทธิมนุษยชนและสิทธิในสิ่งแวดล้อมมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศมีหลายรูปแบบ
ซึง่ อาจจ�ำแนกได้ ๔ รูปแบบ ดังนี้
(๑) การเขียนในรูปแบบของสิทธิเชิงเนื้อหา (Substantive Rights) สามารถจ�ำแนกออกได้เป็น ๒ ประเภท
คือ สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี (Right to Good Environment) และสิทธิในชีวิตหรือสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี
(Right to Live in Good Environment)
(๒) การเขียนในรูปแบบของสิทธิเชิงกระบวนการ (Procedural Rights) สามารถจ�ำแนกออกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการมีส่วนร่วมสาธารณะในการตัดสินใจ และสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมในคดี
สิง่ แวดล้อม
(๓) การเขียนในรูปแบบของหน้าที่ของประชาชนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม
(๔) การเขียนในรูปแบบของหน้าที่ของรัฐในการปกป้องสิ่งแวดล้อม
ข้อค้นพบและแนวทางในการสนับสนุนสิทธิชมุ ชนและสิทธิในสิง่ แวดล้อมให้เป็นจริงในสังคมไทยภายใต้บริบทสากล
และบริบทประเทศในการบัญญัติเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญไทยเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญในอดีต
กับรัฐธรรมนูญในอนาคต สรุปได้ดังนี้
รัฐธรรมนูญในอดีต
รัฐธรรมนูญในอนาคต
• ไม่เคยบัญญัตเิ รือ่ งสิทธิเชิงเนือ้ หา ไม่วา่ จะเป็นสิทธิในสิง่ แวดล้อม
ที่ดี หรือสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี
• รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ บัญญัติเรื่อง
สิ ท ธิ ชุ ม ชน แต่ เ ป็ น สิ ท ธิ ใ นการมี ส ่ ว นร่ ว มกั บ รั ฐ เพื่ อ จั ด การ
ทรัพยากรธ���รมชาติสงิ่ แวดล้อม ซึง่ เป็นสิทธิเชิงกระบวนการ ไม่ใช่
สิทธิเชิงเนื้อหา
• รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติเรื่องสิทธิของบุคคล แต่เป็นสิทธิ
ในการมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิทธิเชิงกระบวนการ ไม่ใช่สิทธิเชิงเนื้อหา
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
56
• สิทธิที่มีอยู่แล้วก็ให้มีอยู่ต่อไป เช่น กรณีของสิทธิชุมชน
• ควรมีกฎหมายล�ำดับรองเขียนขยายความว่า สิทธิชุมชนตาม
ความหมายในรัฐธรรมนูญว่ามีเงื่อนไขการน�ำไปใช้อย่างไรบ้าง
ตามแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับการ
พัฒนาที่ยั่งยืนแบบไทย
• เรือ่ งสิทธิในสิง่ แวดล้อมทีด่ หี รือสิทธิทจี่ ะมีชวี ติ อยูใ่ นสิง่ แวดล้อม
ทีด่ ี ถ้าจะให้บญ
ั ญัตขิ นึ้ ใหม่กส็ ามารถท�ำได้ เพียงแต่จะต้องเขียน
เชือ่ มโยงให้ดกี บั เรือ่ งสิทธิชมุ ชนทีม่ อี ยูเ่ ดิมในรัฐธรรมนูญ เพราะ
สิทธิชุมชนเป็นสิทธิเชิงกลุ่ม
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙