รายงานฯ ที่ ๑๑๘๙/๒๕๕๘ เรื่อง ขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีกล่าว อ้างว่าประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๒๕ เรื่อง การดำ�เนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญากระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหา เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ การด�ำเนินการของ กสม. กสม. พิจารณาค�ำร้องแล้วเห็นว่า กสม. ไม่อาจเสนอเรือ่ งต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนือ่ งจากขณะนีไ้ ม่มกี ฎหมายบทบัญญัติ กฎหมายใดให้อ�ำนาจ กสม. ในการเสนอเรื่องฟ้องคดีต่อศาล อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเกี่ยวกับการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ถูก กล่าวหาเป็นขัน้ ตอนหรือกระบวนหนึง่ ซึง่ มีความจ�ำเป็นต่อกระบวนการยุตธิ รรม โดยเฉพาะอย่างยิง่ มีความส�ำคัญและจ�ำเป็น ต่อการพิสจู น์ทราบตัวบุคคล ว่าบุคคลซึง่ ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำความผิดอาญา เคยท�ำความผิดมาก่อนหรือเคยต้องโทษส�ำหรับ ความผิดอื่นมาก่อนหรือไม่ และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าพนักงานเพื่อน�ำมาพิสูจน์ความ ผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ซึ่งถูกกล่าวหาในคดีอาญา แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๒๕ ก�ำหนดไว้เพียงอ�ำนาจ ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานและอ�ำนาจของเจ้าพนักงานในการออกค�ำสั่งให้พิมพ์ลายนิ้วมือเท่านั้น โดยไม่มบี ทบัญญัตใิ ดก�ำหนดไว้อย่างชัดแจ้งให้เจ้าพนักงานมีอำ� นาจให้ผซู้ งึ่ ถูกกล่าวหาพิมพ์ลายนิว้ มือได้ ในกรณีผซู้ งึ่ ถูกกล่าวหานัน้ ขัดขืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันก่อให้เกิดปัญหาในการตรวจสอบประวัติบุคคลได้ เห็นควรให้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี ดังนี้ ข้อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย เห็นควรก�ำหนดเพิม่ เติมว่าในกรณีผซู้ งึ่ ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำความผิดอาญา ซึง่ มีหน้าทีพ่ มิ พ์ลายนิว้ มือตามค�ำสัง่ ของ เจ้าพนักงานขัดค�ำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้เจ้าพนักงานมีอ�ำนาจให้ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาพิมพ์ลายนิ้วมือได้ ผลการด�ำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๑) ส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร ๐๕๐๓/๔๖๓๕๓ ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ รับทราบข้อเสนอแนะของ กสม. และมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานหลักรับไปพิจารณาร่วมกับส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ส�ำนักงานศาล ยุติธรรม และส�ำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว และสรุปรวบรวม ผลการพิจารณาหรือผลการด�ำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวมแล้วส่งให้ส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบ ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบค�ำสั่ง เพื่อน�ำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป (๒) ส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มหี นังสือ ที่ นร ๐๕๐๓/๙๔๐๑ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๙ แจ้งว่า กระทรวง ยุติธรรมได้พิจารณาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายของ กสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เสนอความเห็นมาเพื่อประกอบการพิจารณาและจัดท�ำรายงานผลการพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้มมี ติเมือ่ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙ รับทราบผลการพิจารณาด�ำเนินการของกระทรวงยุตธิ รรมและหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง ดังนี้ (๒.๑) กระทรวงยุติธรรมรายงานผลว่า ได้จัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้แทนจาก รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 39 ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ประเด็นค�ำร้อง ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. ว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๒๕ เรื่อง การด�ำเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญาว่าด้วยการยุติธรรมทางคดีอาญา กระทบต่อ สิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ บทที่ ๓

Select target paragraph3