93
กรณีที่ 14 สิทธิชุมชนและสิทธิพลเมือง กรณีกล่าวอ้างว่าโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
เทพาส่งผลกระทบต่อประชาชน และแกนน�ำผู้คัดค้านโครงการ ฯ ถูกข่มขู่คุกคาม
บทที่
1
ประเด็นการร้องเรียน
บทที่
2
การดำ�เนินการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ กรณี
กล่าวอ้างว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยด�ำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
ตั้งอยู่ในพื้นที่ต�ำบลปากบาง อ�ำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการ
ผลิตกระแสไฟฟ้า และโครงการท่าเทียบเรือส�ำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินจะต้องสร้างสะพาน
ยื่ น ไปในทะเลยาว 3 กิ โ ลเมตร ผู ้ ร ้ อ งเห็ น ว่ า โครงการดั ง กล่ า วจะส่ ง ผลกระทบ
อย่างรุนแรงทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ สุขภาพ วัฒนธรรมและชุมชน รวมทั้ง
วิถีการท�ำประมงพื้นบ้าน และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งมีการใช้อิทธิพล
ข่มขู่ประชาชนผู้เป็นแกนน�ำคัดค้านโครงการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีการจัดท�ำรายงาน
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment Health Impact Assessment :
EHIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโครงการท่าเทียบเรือส�ำหรับโรงไฟฟ้า
ถ่ า นหิ น เทพาของผู ้ ถู ก ร้ อ ง แม้ จ ะมี ก ารกระท�ำที่ ไ ม่ เ หมาะสมและไม่ เ ป็ น ไปตาม
เจตนารมณ์ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ รวมทั้ ง การพิ จ ารณาที่ ไ ม่ ร อบด้ า นและไม่ ทั่ ว ถึ ง ก็ ต าม
แต่ ป รากฏว่ า กลุ ่ ม ผู ้ ร ้ อ งร่ ว มกั บ เครื อ ข่ า ยปกป้ อ งสองฝั ่ ง ทะเลกระบี่ - เทพา และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้จัดท�ำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน โดยมีสาระส�ำคัญ
ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถอนรายงาน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
ออกจากกระบวนการพิจารณาในชั้นเสนอขอความเห็นจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม
แห่งชาติ รวมทั้งให้ผู้ร้องและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษา
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ จึงมีมติให้ยุติเรื่อง ส�ำหรับกรณีการข่มขู่คุกคาม
เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีในศาลหรือเรื่องที่มีค�ำพิพากษา ค�ำสั่ง หรือ
ค�ำวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว จึงมีมติให้ยุติเรื่อง กรณีผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42
มีหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอความร่วมมือให้ท�ำความเข้าใจ
กั บ บุ ค ลากรที่ เ ข้ า ร่ ว มกั บ กลุ ่ ม คั ด ค้ า นโครงการก่ อ สร้ า งโรงไฟฟ้ า ถ่ า นหิ น เทพา
แม้ว่าหนังสือขอความร่วมมือของผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ดังกล่าว อาจมี
ความไม่เหมาะสมต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ
แต่ ยั ง ไม่ มี ผ ลโดยตรงที่ จ ะเป็ น การจ�ำกั ด เสรี ภ าพในการแสดงความคิ ด เห็ น ตามที่
รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช 2550 และรั ฐ ธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้ และมิได้เป็น
การยับยั้งการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ จึงมีมติให้ยุติเรื่อง
อย่างไรก็ตาม เนือ่ งจากการตรวจสอบพบการกระท�ำทีอ่ าจน�ำไปสูก่ ารละเมิดสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ จึ ง ให้ มี ข ้ อ เสนอแนะมาตรการหรื อ แนวทาง
ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามนัยมาตรา 247
(3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26
(3) ประกอบมาตรา 42 ดังนี้
บทที่
3
บทที่
4
บทที่
5
ภาค
ผนวก