20 | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
สิ่งที่มีสาระสาคัญเหมือนกัน อะไรเป็นสิ่งที่มีสาระสาคัญแตกต่างกัน ในเรื่องนี้จะต้ องอาศัยการพิจารณาเป็น
เรื่อง ๆ ไปและจะต้องมีเหตุผลอันสมควรรับฟังได้ เช่น การเปรียบเทียบในลักษณะของอาชีพระหว่างตารวจกับ
ครู โดยลักษณะอาชีพของทั้งสองอาชีพนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกัน กล่า วคือ ตารวจมีหน้าที่จับผู้ร้าย ดังนั้นการ
ให้สิทธิแก่ตารวจในการมีอาวุธและพกพาอาวุธจึงไม่เป็นการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันระหว่างอาชีพตารวจกับ
ครู เพราะสาระสาคัญของอาชีพทั้งสองต่อการมีอาวุธปืนนั้นมีความแตกต่างกัน การเปรียบเทียบเพื่อนาไปสู่ข้อ
สรุป ว่ามีการปฏิบั ติอย่างเท่าเทียมกัน หรือไม่ จึงจ าเป็นต้องเปรียบเทียบก่อนว่าทั้งสองสิ่ งนั้นมี ส าระสาคัญ
เหมือนหรือต่างกันหรือไม่อย่างไร23
ส่วนการเลือกปฏิบัตินั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นคาที่ตรงกันข้ามกับความเสมอภาค กล่าวอย่างสั้นที่สุด
การเลือกปฏิบัติก็คือการปฏิบัติโดยไม่เสมอภาคนั่ นเอง ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในบทที่ 1 ว่า “การเลือกปฏิบัติ”
(Discrimination) หมายถึง การกระทาที่ทาให้เกิดความแตกต่างอย่างไร้ความยุติ ธรรมของปัจเจกชนหรือกลุ่ม
ชน รวมถึงพฤติกรรมที่มีอคติ (Prejudicial Behavior) ที่ต่อต้านผลประโยชน์ของ (กลุ่ ม) คนที่ไร้ซึ่งอานาจ
ภายใต้โครงสร้างทางสังคมนั้น ๆ อาทิ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มชาติ พันธุ์ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการและรวมถึงกลุ่ม
ผู้ใช้แรงงาน (Working Class) โดยทั่วไปในสังคม ในส่วนนี้จะได้อธิบายขยายความถึงกระบวนทัศน์ว่าด้วยการ
เลือกปฏิบัติโดย แบ่งการนาเสนอออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ 2.1.3.1 ความหมายและที่มาของความเสมอภาค
และการไม่เลือกปฏิบัติ 2.1.3.2 เหตุของการเลือกปฏิบัติ (ground of discrimination) และมิติของการเลือก
ปฏิ บั ติ (area of discrimination) 2.1.3.3 ความแตกต่ างระหว่างการปฏิ บั ติ ที่ แตกต่าง การเลื อกปฏิ บั ติ
การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและมาตรการยืนยันสิทธิเชิงบวก 2.1.3.4 การเลือกปฏิบัติโดยตรงและการเลือกปฏิบัติ
โดยอ้อม
2.1.3.1 ความหมายและทีม่ าของความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
การเลือกปฏิบัติมีความหมายหลายนัย ขึ้นอยู่กับบริบทและมุมมองในการพิจารณา หากกล่าว
ในทางสั งคมวิ ท ยา นั ก วิ ช าการ เช่ น Rubin และ Hew stone ได้ จ าแนกประเภทของการเลื อ กปฏิ บั ติ24
บนพื้นฐานของทฤษฎีความขัดแย้งเชิงความเป็นจริง (Realistic-Conflit Theory) และทฤษฎีตัวตนทางสังคม
(Social-identity Theory) ดังนี้
1. การแข่ งขั น ในเชิงรู ป ธรรม (Realistic Competition) ถู ก ขับ เคลื่ อนโดยผลประโยชน์ ส่ ว น
บุ คคล ซึ่งมีจุ ดมุ่ งหมายในการได้ทรั พยากรเชิงวัตถุต่ าง ๆ เช่น อาหาร สิ นค้า เขตแดน เพื่ อบุคคลในกลุ่ ม
(The In-group) ดังนั้น การเลือกปฏิบัติเป็ นการให้สิ ทธิพิเศษแก่บุคคลอันเป็นสมาชิกในกลุ่มและตัวบุคคล
นั้นเองเพื่อให้ได้มาหรือเข้าถึงซึ่งทรัพยากรดังกล่าว
23
จาก สารานุกรมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เล่ม 7 หลักพื้นฐานสิทธิเสรีภาพและหลัก
ความเสมอภาคและหน้าที่ของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ. เล่มเดิม.
24
From “Social identity, system justification, and social dominance: Commentary on Reicher, Jost et
al., and Sidnius et al,” by Rubin, M.; Hewstone, M.; et al, 2004, Political Psychology, 25(6), p. 823-844, in
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ. เล่มเดิม. (น.2).