49
อนุสัญญาอาร์ฮู สได้ กาหนดหลั ก เกณฑ์ ที่สาคั ญ สามประการ (The "three pillars" of the
Aarhus Convention) ได้แก่
ก) การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม (Access to Environmental Information)
การเข้าถึงข้อมู ลข่าวสารด้านสิ่ง แวดล้ อ มภายใต้ อนุสั ญญาอาร์ ฮูส ได้กาหนดและขยาย
ขอบเขตแห่งสิทธิของประชาชน ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อ มูลข่า วสารด้านสิ่งแวดล้ อ มของภาครั ฐ (Right
for any person to request access to environmental information held by public authorities) ทั้งนี้
อนุสัญญาดังกล่า วได้ สนั บสนุน ให้รั ฐ ที่เ ป็น ภาคีเ ปิ ดเผยข้อ มู ล ด้านสิ่ง แวดล้อ มของรั ฐ (Information on the
state of the environment) โดยกาหนดแนวทางให้รัฐภาคีไ ด้เปิ ด เผยข้ อ มูลอั นเกี่ ยวกั บกิจ กรรมของภา ครั ฐ
อันอาจมีผลกระทบต่อประชาชน เช่น ข้อมูลของรัฐอันอาจส่งผลกระทบต่อสุ ขอนามัยและความปลอดภั ย ของ
ประชาชนได้ (human health and safety) เป็นต้น
ข) การมี ส่ ว นร่ ว มของสาธารณชนในการตั ด สิน ใจทางสิ่ ง แวดล้ อ ม ( Public Participation in
Environmental Decision-making)
กาหนดหลัก การที่ส าคั ญ ในเรื่ อ งสิ ท ธิข องประชาชนและสาธารณชนในการมีส่ วนร่ว มของ
สาธารณชนในการตั ด สิ น ใจทางสิ่ ง แวดล้ อ ม (The right to participate in environmental decisionmaking) ทั้ ง นี้ เนื่ อ งมาจากการปฏิ บั ติ ก ารและการด าเนิ นงานด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ มของภาครั ฐ อา��ก่ อ ให้ เกิด
ผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อ ประชาชนได้ ดังนั้น อนุสัญญาอาร์ฮูสจึงได้เสนอหลัก การนี้ เพื่อให้
ภาคประชาชนและองค์ ก รอิ ส ระที่ ไ ม่ ห วั ง ผลก าไรที่ ด าเนิ น การด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ ม ( environmental nongovernmental organizations) สามารถมี ส่ ว นร่ ว มกั บ การตั ด สิ น ใจของภาครั ฐ หรื อ การด าเนิ น การด้าน
สิ่ ง แวดล้ อ มของภาครั ฐ ด้ า นต่ า งๆ เช่ น การให้ สิ ท ธิ ใ นการให้ ค วามเห็ นหรื อ วิ พากษ์ วิ จ ารณ์ โ ครงการด้าน
สิ่งแวดล้อมของภาครัฐ ด้า นต่ างๆ อันอาจส่งผลกระทบต่ อ สิ่ง แวดล้อ มหรื อแผนและโครงการที่ เกี่ ยวข้ อ งกั บ
สิ่งแวดล้อม (comment on proposals for projects affecting the environment, or plans and programmes
relating to the environment) เป็นต้น
ค) การเข้าถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Access to Environmental Justice)
วางหลักการในเรื่องของสิท ธิใ นการเข้าถึ ง ความการยุติ ธรรมทางสิ่ งแวดล้ อ ม โดยกาหนดให้
ประชาชนได้รับการปฏิบั ติ อย่างเป็น ธรรม (Fair treatment) ภายใต้กระบวนการยุ ติธรรมด้านสิ่ งแวดล้ อ มใน
อนุสัญญาดังกล่าว กล่าวคือ รัฐภาคีภายใต้อนุสั ญญาดัง กล่ าวควรส่ง เสริมให้ ประชาชนที่ ถูก กระทบสิ ท ธิ ด้ า น
สิ่ ง แวดล้ อ มในกรณี ต่ า งๆ เช่ น การร้ อ งขอข้ อ มู ล ข่ า วสารด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ มถู ก เพิ ก เฉย ( request for
information ignored) การถูกปฏิเสธจากหน่ วยงานของรั ฐ อย่า งไม่ เ ป็น ธรรม (wrongfully refused) และ
การได้ รั บ ค าอธิ บายถึ ง เหตุ ผ ลที่ เ กี่ย วข้อ งกั บ สิ่ง แวดล้อ มไม่ เ พี ย ง พอ (inadequately answered) เป็ น ต้น
ได้รับความเป็น ธรรมและได้ รับ การแก้ ปัญ หาจากทางภาครั ฐ มากยิ่ง ขึ้น โดยรัฐภาคีค วรให้ ความคุ้ มคร องแก่
ประชาชนที่ได้รับการกระทบสิ ทธิด้า นสิ่ง แวดล้อ ม โดยจัดให้มีกระบวนการพิจารณาตรวจสอบความชอบด้ ว ย