กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาค�ำร้องและความเห็นของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้าน
กฎหมายและการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม มีความเห็นสรุปได้ว่า “กรณีที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นบางต�ำแหน่งได้
รับเงินเดือนตามระบบบัญชีไม่เท่าเทียมกันนั้น ... เป็นการก�ำหนดโครงสร้างอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทน
ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมแก่รายได้และการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งเป็นอ�ำนาจของคณะกรรมการมาตรฐานงานบริหารงาน
บุคคลส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ (๑)”
ดังนั้น คณะกรรมการฯ เห็นว่ายังไม่มีการละเลยหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมแต่
อย่างใด ด้วยเหตุผลเดียวกันการขอพระราชทานเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์ ต้องเป็นไปตามบัญชีทา้ ยระเบียบส�ำนักนาย
ยกรัฐมนตรีวา่ ด้วยการขอพระราชทานเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์อนั เป็นทีเ่ ชิดชูยงิ่ ช้างเผือก และเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์
อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๔๓๓/๒๕๕๗)
๘
ค�ำร้องที่ ๔๘๔/๒๕๕๒: กรณีพพิ ธิ ภัณฑ์ชวี ติ ของวัด พ.น�ำร่างผูเ้ สียชีวติ ด้วยโรคเอดส์มาจัดแสดง
ผู้ร้องร้องเรียนว่า วัด พ. ได้จัดท�ำพิพิธภัณฑ์ โดยการน�ำร่างของผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์มาจัดแสดง พร้อมทั้ง
เขียนชื่อ-นามสุกล ประวัติ อาชีพของผู้ตาย ทั้งเป็นร่างที่ไม่สวมใส่เสื้อผ้า แม้จะมีการลงชื่อยินยอมของผู้ตายและ
ผู้ร้องกังวลว่าอาจจะยินยอมโดยไม่มีความอิสระ เนื่องจากอยู่ในสถานที่ดูแลของวัดเลยจ�ำต้องยินยอม ทั้งนี้
ผู้ร้องเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งต่อผู้เสียชีวิตเองและญาติของผู้เสียชีวิตด้วย จึงให้ตรวจสอบ
คณะกรรมการอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก สตรี ผูส้ งู อายุ และความเสมอภาคของ
บุคคล ตรวจสอบแล้วเห็นว่า ง
ประเด็นแรก การจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ชีวิตในวัด พ. เป็นการสตัฟฟ์ (STUFF) ศพเสียชีวิตจากโรคเอดส์
โดยเปิดเผยชื่อ-สกุล ประวัติ อาชีพ ภายถ่ายของผู้เสียชีวิต และสภาพศพไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าปกปิดกาย ลักษณะ
ดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิในเกียรติยศ และชื่อเสียงของผู้เสียชีวิต และบุคคลในครอบครัว ตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๕ ถือว่าเป็นการกระท�ำอันมิบงั ควรต่อศพ ดูหมิน่ เหยียดหยามศพ
ดังนั้น การจัดแสดงศพที่จะเป็นประโยชน์���ก่สาธารณะหรือมีคุณค่าต่อการให้ความรู้แก่สังคม จึงต้องอยู่บนพื้นฐาน
ที่จะต้องไม่กระทบสิทธิในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตและครอบครัว แม้ผู้เสียชีวิตจะเจตนาบริจาคร่างเพื่อ
วัตถุประสงค์ดังกล่าวก็ตาม คณะกรรมการฯ แนะน�ำให้ท�ำการแก้ไขโดยปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของศพด้วย
ประเด็นที่สอง การที่ผู้เสียชีวิตได้ยินยอมบริจาคร่างหลังเสียชีวิตให้กับมูลนิธิเพื่อวัตถุประสงค์ให้บุคคลอื่น
ตระหนักถึงภัยโรคเอดส์นนั้ เป็นการแสดงเจตจ�ำนงทีไ่ ม่อยูภ่ ายใต้แรงกดดัน เมือ่ พิจารณาจากข้อเท็จจริง ปรากฏว่า
วัดไม่ได้ท�ำการข่มขู่ บังคับ ผู้ป่วยเจตนาบริจาคร่างเพื่อประโยชน์ต่อวัดและพระพุทธศาสนา ดังนั้น จึงน่าเชื่อว่าวัด
พ. ไม่ได้กดดัน บังคับ ผูเ้ สียชีวติ ให้ยนิ ยอมบริจาคร่าง ฉะนัน้ การแสดงความยินยอมโดยสมัครใจและอิสระถือว่าเป็น
ไปตามวัตถุประสงค์อันแท้จริงอันเป็นฐานในหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิแสดงเจตจ�ำนงต่าง ๆ อย่างอิสระ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นควรให้ยุติเรื่อง และแจ้งความเห็นให้มูลนิธิ ธ. เจ้าของโครงการ และ
วัด พ. พิจารณาด�ำเนินการต่อไป (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๖๒๔/๒๕๕๕)
45