ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๙
ค�ำร้องที่ ๔๘๖/๒๕๕๖: กรณีนายจ้างน�ำข้อมูลประวัติอาชญากรรมมาประกอบการพิจารณา
รับบรรจุเข้าท�ำงานโดยไม่เป็นธรรม
ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจ�ำคุกในคดีลักทรัพย์ และรอลงอาญาไว้ ๒ ปี ต่อมา ผู้ร้องได้
สมัครเข้าเป็นพนักงานขายรถยนต์ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ผู้ร้องได้ปฏิบัติงานผ่านการทดลองงาน ๓ เดือนและถูก
ตรวจประวัติอาชญากรรม ผลตรวจพบว่าผู้ร้องมีประวัติถูกด�ำเนินคดีอาญา บริษัทจึงปฏิเสธการบรรจุผู้ร้องเข้าเป็น
พนักงาน ผู้ร้องเห็นว่านายจ้างควรพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานและความประพฤติของผู้ร้องเป็นหลัก ไม่ควรน�ำ
ทะเบียนประวัติอาชญากรรมในอดีตมาประกอบการพิจารณา ซึ่งเท่ากับไม่ให้โอกาสผู้ที่เคยท�ำผิดได้กลับตัวเป็น
คนดีและประกอบอาชีพทีม่ นั่ คง ผูร้ อ้ งมีความประสงค์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบการกระท�ำ
อันไม่เป็นธรรมโดยการน�ำทะเบียนประวัติอาชญากรรมมาประกอบการพิจารณาบรรจุพนักงาน
ความเห็นของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและการปฏิบตั ไิ ม่เป็นธรรม พิจารณาแล้วมีประเด็นทีต่ อ้ งวินจิ ฉัย
คือ การที่บริษัทเอกชนน�ำข้อมูลประวัติอาชญากรรมมาประกอบการพิจารณารับบุคคลเข้าท�ำงานเป็นการกระท�ำ
หรือละเลยการกระท�ำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่
คณะอนุกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามค�ำร้องผูร้ อ้ งถูกปฏิเสธไม่รบั เข้าท�ำงานเนือ่ งจากเคยต้องโทษคดีอาญา
ที่ปรากฏในทะเบียนอาชญากรรม จากการพิจารณาตามระเบียบส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติว่าด้วยประมวลระเบียบ
การต�ำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๑๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นระเบียบใหม่ กรณีของ
ผู้ร้องก็ไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการคัดแยกประวัติออกจากสารบบ และเมื่อพิจารณามาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติล้าง
มลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ. ๒๕๕๐
แล้วนั้น กรณีผู้ร้องแม้เป็นผู้ที่ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็มีผลแต่เพียงว่า
ผู้ร้องไม่เคยถูกลงโทษในข้อหานั้น ๆ มาก่อนเท่านั้น
เนื่องจากบริษัทเอกชนมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณารับบุคคลเข้าท�ำงานแตกต่างกันไป โดยคณะ
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอแนะเชิงนโยบายไปยังหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจให้เปิดโอกาสให้บคุ คล
ที่เคยรับโทษโดยค�ำพิพากษาสามารถใช้สิทธิในการรับสมัครเข้ารับราชการและสามารถกลับตัวเป็นคนดีต่อไป
คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ เ ห็ น ว่ า กรณี ต ามค� ำ ร้ อ งเป็ น หลั ก เกณฑ์ แ ละเงื่ อ นไขของบริ ษั ท
เอกชนในการรับสมัครบุคคลเข้าท�ำงานที่แตกต่างกันโดยพิจารณาเป็นรายกรณี อย่างไรก็ตาม แม้แต่ในหน่วยงาน
ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจยังมีการพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับสมัครบุคคลเข้าท�ำงานแตกต่างกันไป โดย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมขี อ้ เสนอแนะเชิงนโยบายไปยังหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจให้เปิดโอกาส
ให้บุคคลที่เคยรับโทษโดยค�ำพิพากษาสามารถใช้สิทธิในการรับสมัครเข้ารับราชการและสามารถกลับตัวเป็นคนดี
เพื่อท�ำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมาตรฐานเดียวกันต่อไป
นอกจากนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคมต่าง ๆ
และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดน�ำร่องรับสมัครบุคคลที่เคยต้องโทษคดีถึงที่สุดเข้าท�ำงาน เพื่อเป็นหลักประกัน
ให้ผู้ประกอบการในการรับบุคคลเคยต้องโทษเข้าท�ำงาน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จากกรณีบริษัท
เอกชนไม่รับบรรจุบุคคลเข้าท�ำงานเพราะเหตุมีทะเบียนประวัติอาชญากรรมไม่พบว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
หรือเป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด จึงมีมติให้ยุติเรื่อง (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๔๙๕/๒๕๕๘)
46