ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากกรณีบริษัท ซ. ได้เข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ ว่าบริษัทมิได้มีนโยบายประกาศใน เรื่องการบังคับให้ตรวจเชื้อเอชไอวี รวมถึงน�ำมาเป็นเงื่อนไขในการไม่รับสมัครบุคคลเข้าท�ำงาน การกระท�ำดังกล่าว เป็นการกระท�ำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพนักงานฝ่ายบุคคล ๒ ท่าน และทางบริษัทได้มอบเงินจ�ำนวน ๕๐,๐๐๐ บาทเป็นสินน�ำ้ ใจช่วยเหลือผูเ้ สียหาย พร้อมแสดงความขอโทษต่อผูเ้ สียหาย และต่อมาบริษทั ดังกล่าวนัน้ ได้มหี นังสือ ชี้แจงการด�ำเนินการเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการฯ ว่า บริษัทได้ยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีกับพนักงานตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๘ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาทั้งสองค�ำร้องแล้วเห็นว่า เป็นกรณีบังคับตรวจเลือดก่อนรับเข้า ท�ำงานอันเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและอาจละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี จึงไม่ควรปิดกั้นเรื่องการ ท�ำงานอันเป็นการเลือกปฏิบตั โิ ดยเกินจ�ำเป็นของลักษณะประเภทการจ้างงานทีเ่ ป็นสาระส�ำคัญ ทัง้ ทีบ่ คุ คลทีต่ ดิ เชือ้ เอชไอวีสามารถปฏิบัติงานได้ในสถานภาพเดียวกันโดยไม่จ�ำกัดทางสุขภาพอนามัย กรณีของบริษัท ท. หลังจากเข้าชี้แจงกับคณะกรรมการฯแล้วรับว่าจะด�ำเนินการประชุมและรับข้อเสนอแนะ ของคณะอนุกรรมการไปเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ้างงานของบริษัท ส่วนกรณีของบริษัท ซ. นั้นได้มีหนังสือแจ้ง ผลการด�ำเนินงานว่าได้ยกเลิกนโยบายตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีก่อนรับบุคคลเข้าท�ำงานแล้วตั้งแต่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นมา โดยที่ในปัจจุบันนี้กฎหมายแรงงานหรือระเบียบที่เกี่ยวกับสถานประกอบการยังไม่มีข้อก�ำหนด ในเรื่องการเข้าท�ำงานของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อคณะกรรมการคุม้ ครองสวัสดิภาพแรงงานให้ความส�ำคัญกับการเลือกปฏิบตั ใิ นการ ประกอบอาชีพของผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยควรด�ำเนินการให้ความส�ำคัญกับปัญหาการเลือกปฏิบัติมากขึ้น ตลอดจน ผลักดันให้มาตรการป้องกันการเลือกปฏิบัติที่มีอยู่เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะแนวทางปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วย การป้องกันและบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานที่ท�ำงาน โดยให้ความส�ำคัญกับมาตรการเพื่อหาเชื้อเอชไอวีก่อน รับเข้าท�ำงาน การปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล การจัดบริการที่จ�ำเป็นต่อกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี การจัดที่พักและรูปแบบ การท�ำงานที่เหมาะสม เป็นต้��� ๗ ค�ำร้องที่ ๔๕๙/๒๕๕๖: กรณีข้าราชการส่วนท้องถิ่นร้องเรียนว่า ได้รับเงินเดือน การขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่เท่าเทียมและไม่เสมอภาคกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นบาง ต�ำแหน่งและข้าราชการประเภทอืน่ ผูร้ อ้ งร้องเรียนว่าข้าราชการส่วนท้องถิน่ ทีไ่ ด้รบั เงินเดือน การขอพระราชทานเครือ่ งราชอิสริยาภรณ์ไม่เท่าเทียม และไม่เสมอภาคกับข้าราชการส่วนท้องถิน่ บางต�ำแหน่งและข้าราชการประเภทอืน่ กล่าวคือ ข้าราชการส่วนท้องถิน่ ได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดมาตรฐานกลางตามประกาศคณะกรรมการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งโดยทั่วไปจะมีสิทธิรับเงินเดือนเพียงอันดับเดียวเท่านั้น แต่มีพนักงานส่วนท้องถิ่นบางต�ำแหน่งได้รับเงินเดือน มากกว่า ๑ อันดับ และข้าราชการประเภทอื่น เช่น ข้าราชการต�ำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการครู นอกจากนี้ ยังเห็นว่าหลักเกณฑ์การให้พนักงานส่วนท้องถิ่นขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็ไม่เท่าเทียมกับข้าราชการ ประเภทอื่น จึงขอให้ตรวจสอบ 44

اختر الفقرة المستهدفة3