57 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕ ส�ำหรับสิ่งที่เป็นความถดถอยของสถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการยุติธรรม คือ การที่ รัฐบาลยังไม่ได้เร่งด�ำเนินการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ส�ำเร็จลุล่วง ตามที่รัฐธรรมนูญ ก�ำหนด และการน�ำนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภามาด�ำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเรื่องนี้ นับได้ว่า เป็นความถดถอยอย่างหนึ่งของรัฐต่อการอ�ำนวยความยุติธรรมแก่บุคคล และส่งผลต่อสิทธิ มนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมของบุคคล ไม่ได้รับความคุ้มครองตามขอบเขตของสิทธิจากการบังคับใช้ กฎหมายและการปฏิบัติในการอ�ำนวยความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนจึงไม่ได้รับประโยชน์หรือ ความคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมนี้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ในปี ๒๕๕๕ รัฐยังคงน�ำพระราช ก�ำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ มาใช้กับเหตุการณ์การชุมนุมเพื่อเรียกร้อง ทางการเมืองและเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท�ำให้มีบุคคลต้องตกอยู่ในสถานะเป็น ผู้ต้องสงสัย และถูกกล่าวหาว่ากระท�ำการฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้เป็นจ�ำนวนมาก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ แสดงถึงความถดถอย รวมถึงการปรากฏข้อเท็จจริงว่า กสม. ยังคงได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ รัฐกระท�ำการซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องขัง ทั้งในขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจและ ที่เกิดขึ้นภายในเรือนจ�ำหรือทัณฑสถาน แม้ในการตรวจสอบจะพบข้อจ�ำกัดหลายประการจนไม่อาจชี้ชัด ได้ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ย่อมอาจชี้ให้เห็นได้ว่า มาตรการ การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมยังมีความไม่ถูกต้องเกิดข้อผิดพลาด หลายประการ อย่ า งไรก็ ต าม ในปี ๒๕๕๕ กระทรวงยุ ติ ธ รรมได้ จั ด ต��้ ง เรื อ นจ� ำ ชั่ ว คราวหลั ก สี่ ขึ้ น เพื่ อ ใช้ เ ป็ น สถานที่ส�ำหรับควบคุมตัวบุคคลซึ่งถูกกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง และบุคคลที่ถูก กล่ า วหาว่ า กระท� ำ ผิ ด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่ ง การจั ด ตั้ ง เรื อ นจ� ำ ชั่ ว คราวหลั ก สี่ ในครั้งนี้มีความเกี่ยวพันกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำความผิด ซึ่งควร ได้รับการปล่อยชั่วคราวในทันทีและท�ำการคุมขังเป็นข้อยกเว้น อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการ ยุติธรรมที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้การรับรองและคุ้มครองไว้นั้น แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การจัดตั้งเรือนจ�ำขึ้นดังกล่าว จะเป็นการกระท�ำอันเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชนหรือไม่ ประการใด แต่จัดตั้งเรือนจ�ำชั่วคราวหลักสี่ขึ้นเพื่อการควบคุมตัวบุคคลเป็นการ เฉพาะนี้ ย่ อ มมี ผ ลกระทบต่ อ สิ ท ธิ ใ นกระบวนการยุ ติ ธ รรมของบุ ค คลอั น เป็ น สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพ ตามรัฐธรรมนูญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และโดยที่ยังมีการควบคุมตัวบุคคลในเรือนจ�ำชั่วคราวหลักสี่ต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงประเด็นเกี่ยวกับแนวความคิดยกเลิกโทษประหาร ซึ่งแม้จะยังเป็นประเด็น ถกเถียงในแวดวงวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเหมาะสมที่จะน�ำมาปรับใช้กับประเทศไทยหรือไม่ เพียงไร แต่เรื่องนี้ได้ถูกบรรจุและก�ำหนดตัวชี้วัดความส�ำเร็จไว้ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ อันเป็น ภาระหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องมีกระบวนการขั้นตอนในการพิจารณาด�ำเนินการภายในระยะเวลาที่ก�ำหนด

اختر الفقرة المستهدفة3