แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ที่ ดิ น สาธารณะ เป น พื้ น ที่ ที่ มิ ไ ด อ ยู  ใ นความครอบครองโดยชอบของบุ ค คลใดและประชาชนใช หรือเคยใชประโยชนรวมกันตามสภาพแหงพื้นที่นั้น มีลักษณะการกระทําที่กอใหเกิดความขัดแยงในเรื่องสิทธิ ดังนี้ 1) การกําหนดที่ดินสาธารณะทับที่ดินทํากินของราษฎร แลวเขาไปทําลายทรัพยสิน ขับไล ขมขู คุกคามดําเนินคดี โดยไมฟงคําคัดคานหรือการมีสวนรวมตัดสินใจของราษฎรคูขัดแยง เหตุปจจัยแหงการละเมิดที่สําคัญคือ ความตองการในการใชประโยชนที่ดินสาธารณะ การเรงรัดออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง และการประกาศ ที่สงวนหวงหามที่ขาดการแสวงหาขอมูล หลักฐาน พยานและขอเท็จจริงที่ชัดเจน 2) หนวยงานราชการเขาไปใช ประโยชนในที่ดินสาธารณประโยชน ทําความเสียหายแกทรัพยสินของราษฎรที่ใชประโยชนอยูเดิมโดยไมจาย คาชดเชยหรือจายคาชดเชยไมเปนธรรม แลวใชวิธีการรุนแรงในการขับไล ขมขู คุกคาม ดําเนินคดี โดยมีสาเหตุ จากความตองการใชพื้นที่ของหนวยงานราชการ ตลอดจนความสําคัญผิดในสถานะของที่ดิน ไมมีความชัดเจน ในแนวเขต เจาหนาที่รัฐไมปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย และเจาหนาที่รัฐไมสํารวจการใชประโยชนรวมกัน ตลอดจนการแสวงหาผลประโยชนของหนวยงาน 3) เอกชนบุกรุกที่สาธารณประโยชน หนวยงานราชการ ที่รับผิดชอบไมดูแลรักษาปลอยใหเกิดการบุกรุก หรือทราบการบุกรุกแตไมดําเนินการแกไข ผูบุกรุกขัดขวาง ไมใหราษฎรเขาไปใชประโยชน ใชอทิ ธิพลขมขูค กุ คามราษฎร การออกเอกสารสิทธิหรืออางหลักฐานการครอบครอง ที่ดินทับที่สาธารณประโยชน โดยมีสาเหตุจากความตองการครอบครองทําประโยชนในที่ดินและถือเอาประโยชน จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ มีขอเสนอแนะเชิงนโยบาย เสนอใหกําหนดวิธีการปฏิบัติราชการใหเปนไป ในแนวทางเดียวกัน โดยนําปญหา ขอเสนอ และความคิดเห็นจากประสบการณในพืน้ ทีม่ าประกอบ ในทางกฎหมาย ควรปรับปรุงบทบัญญัติกฎหมายที่สาธารณประโยชนใหสอดรับกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการชําระ และประมวลบทบัญญัติกฎหมายที่ดินทั้งหมด แบงเนื้อหาอํานาจและวิธีการบริหารจัดการตรวจสอบที่ดินประเภท ตาง ๆ ใหชัดเจน โดยประชาชนมีสวนรวมในทุกกระบวนการ สําหรับที่ราชพัสดุซึ่งเปนทรัพยสินอสังหาริมทรัพยของแผนดินที่รัฐบาลใชในราชการอยูหรือสงวนไวใช ในราชการภายหนา มีลักษณะการกระทําที่กอใหเกิดความขัดแยงใน��รื่องสิทธิดังนี้ 1) การประกาศที่ราชพัสดุ ทับซอนกับที่ดินอยูอาศัยทํากินของราษฎร 2) หนวยงานราชการอางวาเปนที่ดินที่หนวยราชการเคยใชประโยชน แตไมมีหลักฐานยืนยัน และขอบเขตการใชประโยชนไมแนนอน 3) หนวยงานราชการเขาใชประโยชนสรางความ เสียหายแกทรัพยสินของราษฎร เชน การปรับสภาพพื้นที่ของของราษฎร 4) เจาหนาที่รัฐใชวิธีการรุนแรง ในการขับไล ขมขู คุกคาม ดําเนินคดี 5) ราษฎรไมทราบการประกาศการสงวนหวงหาม หรือการออกหนังสือสําคัญ สําหรับที่ดิน 6) ราษฎรไมมีสวนรวมในกระบวนการพิสูจนสิทธิ์ และ 7) หนวยงานงานราชการมักจะบีบบังคับ ใหราษฎรเชาพื้นที่ตามนโยบายรัฐผานโครงการตาง ๆ เชน โครงการรัฐเอื้อราษฎร และโครงการแปลงสินทรัพย เปนทุน สวนสาเหตุของการละเมิดสิทธิในที่ราชพัสดุ เกิดจากหนวยงานราชการมักขีดขอบเขตบนแผนที่ ภาพถายทางอากาศโดยไมไดสํารวจพื้นที่จริง วามีราษฎรครอบครองทําประโยชนอยูกอนหรือไม ทําใหที่ราชพัสดุ มีขอบเขตไมชัดเจน หนวยงานราชการมีความตองการใชประโยชนในที่ดิน ไมมีพยานหลักฐานการประกาศ สงวนหวงหามที่ชัดเจน เชน เอกสารการประกาศสงวนหวงหาม ขอบเขตที่ตั้งและอาณาเขตที่สงวนหวงหาม VI รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

اختر الفقرة المستهدفة3