88 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗ ๒.๑.๓) ความเหลื่อมล้ำ�และการจัดสรรทรัพยากร และปัญหาการทุจริตที่มีผล กระทบต่อสิทธิมนุษยชน จากปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ�ในการที่ ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน ก็เกิดความไม่เป็นธรรม ในการจัดสรรทรัพยากรของรัฐ รัฐบาลได้กำ�หนดให้การขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ�เป็นหนึ่งในนโยบาย บริหารราชการแผ่นดินที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ และรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้บัญญัติให้สภาปฏิรูปแห่งชาติศึกษาและ เสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างน้อย ๑๑ ด้าน ได้แก่ การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคม และอื่น ๆ ที่ผ่านมา พรรคการเมืองและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมักนำ�เสนอนโยบาย หาเสียงเพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย เช่น แรงงาน เกษตรกร แต่ก็เป็น ช่องทางที่ก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตทั้งด้านงบประมาณและเชิงนโยบาย ๓๑ ที่มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ พรรคเพื่อไทย ได้นำ�เสนอนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งประการหนึ่ง คือ การรับจำ�นำ�ข้าวเปลือกทุกเมล็ด เพื่อให้ เม็ดเงินตกถึงมือเกษตรกรโดยตรง และเมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นผู้นำ�จัดตั้งรัฐบาลและแถลงนโยบายต่อ รัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ได้นำ�นโยบายการรับจำ�นำ�ข้าวเปลือกตามที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ บรรจุเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะเริ่มดำ�เนินการในปีแรก ๓๒ ซึ่งต่อมา ได้เกิดปัญหา ในการดำ�เนินนโยบายดังกล่าวและมีผลกระทบต่อความเสียหายด้านงบประมาณ และเกษตรกรที่เข้าร่วม โครงการ กล่าวคือ มียอดขาดทุนสุทธิจากการดำ�เนินโครงการ ๗ แสนล้านบาท แบ่งเป็นขาดทุนในโครงการ จำ�นำ�ข้าวสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๕.๓๖ แสนล้านบาท และยอดขาดทุนสะสมจากโครงการ ๓๑ การทุจริตเชิงนโยบายเป็นรูปแบบของการทุจริตที่มีความซับซ้อนมากขึ้นต่างจากการทุจริตโดยทั่วไป โดยมีการใช้อำ�นาจหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่รัฐโดยมิชอบ (Abuse of Power) มักจะเป็นการทุจริตขนาดใหญ่ที่สร้างผลก���ะทบหรือความเสียหายอย่างมากให้กับ ประเทศ โดยมีกระบวนการในการใช้ช่องว่างของกฎหมายและวิชาการสร้างความชอบธรรมให้กับนโยบายหรือโครงการ (Making of Power) มีการใช้อำ�นาจในการบริหารในทางการเมืองอย่างไม่โปร่งใส มีการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งภายใน ประเทศและระหว่างประเทศ ๓๒ “ข้อ ๑.๑๑ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยดูแลราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพที่เหมาะสม คำ�นึงถึงกลไกราคาตลาดโลก โดยใช้วิธีบริหารจัดการทางการตลาดและกลไกตลาดซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งผลักดันให้เกษตรกร สามารถขายสินค้าเกษตรได้ในราคาสูงเพียงพอเมื่อเทียบกับต้นทุน และนำ�ระบบรับจำ�นำ�สินค้าเกษตรมาใช้ในการสร้างความมั่นคง ด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร เริ่มต้นจากการรับจำ�นำ�ข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกินร้อยละ ๑๕ ที่ราคา เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาทตามลำ�ดับ พร้อมทั้งจัดให้มีการเยียวยาความเสียหายของพืชผลจากภัยธรรมชาติ ให้แก่เกษตรกร การจัดทำ�ระบบทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรให้สมบูรณ์ และการออกบัตรเครดิตสำ�หรับเกษตรกร... ”

اختر الفقرة المستهدفة3