รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
74
พนักงานสอบสวนทราบเหตุดังกล่าวแล้วจะต้องรีบสอบสวนตามกระบวนการให้เสร็จสิ้น
แล้วส่งส�ำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการโดยเร็ว และหากปรากฏว่าคดีที่ผู้ต้องหา
รายนั้นถูกคุมขังอยู่เสร็จสิ้นคดีในศาลชั้นต้นแล้ว ให้เรือนจ�ำหรือทัณฑสถานนั้น ๆ แจ้ง
พนักงานสอบสวนเพื่อส่งส�ำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ พร้อมกับประสานกับ
กรมราชทัณฑ์ เพื่อขอโอนตัวผู้ต้องขังจากเรือนจ�ำหรือทัณฑสถานที่ผู้ต้องขังรายนั้น
ถูกคุมขังอยู่ ไปควบคุมยังเรือนจ�ำที่มีเขตอ�ำนาจเหนือท้องที่ที่ความผิดเกิด เพื่อที่พนักงาน
อัยการจะได้ยื่นฟ้องต่อศาลต่อไป โดยไม่ต้องรอให้คดีใกล้จะขาดอายุความ
๒. คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุตธิ รรมแห่งชาติ ควรประสานงานกับส�ำนักงาน
ศาลยุติธรรม ให้น�ำระบบการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพ
มาใช้กบั กระบวนพิจารณาคดีของศาลยุตธิ รรมทีต่ อ้ งรับฟังค�ำเบิกความของพยานทีศ่ าลอืน่
หรือสถานที่ท�ำการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้มาตรการ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๓๐/๑ มีผลในทางปฏิบัติ อันจะ
สามารถแก้ไขข้อขัดข้องปัญหาในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่มีการอายัดตามรายงานฉบับนี้
และเพื่อให้การพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว
๓. คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ควรด�ำเนินการประสานงาน
ระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุตธิ รรม โดยเฉพาะกระทรวงยุตธิ รรมในฐานะผูร้ บั ผิดชอบ
โครงการพัฒนากระบวนการยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ (National Single Window
on Justice-NSWJ) ให้เร่งรัดหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดด�ำเนินการ
เชื่ อ มโยงแลกเปลี่ ย นข้ อ มู ล สารสนเทศในกระบวนการยุ ติ ธ รรมเพื่ อ น�ำมาใช้ ส�ำหรั บ
แก้ไขปัญหาการปฏิบัติกับผู้ต้องขังที่มีการอายัดในชั้นสอบสวนได้มากยิ่งขึ้น
การดำ�เนินการของ
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
๑. ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ แจ้งว่าได้มีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการย้ายผู้ต้องขังไป
ด�ำเนินคดีในเขตอ�ำนาจศาลอืน่ ระหว่างกรมราชทัณฑ์กบั ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ลงวันที่
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ และมีหนังสือแจ้งเวียนก�ำชับไปยังหน่วยงานที่สังกัด ตามหนังสือ
ที่ ตร ๐๐๑๑.๒๔/๑๗๔๗ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ให้ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามบันทึก
ข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
๒. ส�ำนักงานกิจการยุติธรรม แจ้งว่า ได้น�ำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติที่เสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม
ไปพิจารณา และต่อมาส�ำนักงานกิจการยุติธรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ
พัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ได้น�ำเรียนประธาน กพยช. เพื่อเห็นชอบ
ผลการด�ำเนินการ สรุปสาระส�ำคัญได้คือ ศาลยุติธรรมได้น�ำระบบสื่อสารทางไกลผ่านภาพ
มาใช้ในการสืบพยาน โดยส�ำนักงานศาลยุตธิ รรมได้จดั สรรระบบสือ่ สารทางไกลผ่านจอภาพ
ให้แก่ศาลยุติธรรมครบทุกศาลทั่วประเทศแล้ว ซึ่งเริ่มด�ำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ
๒๕๕๓ เพือ่ สนับสนุนภารกิจการสืบพยานทางไกลผ่านจอภาพ การผัดฟ้องฝากขัง การอ่าน
ค�ำพิ พ ากษา และอื่ น ๆ พร้ อ มทั้ ง ได้ มี ก ารออกข้ อ ก�ำหนดและข้ อ บั ง คั บ ประธาน
ศาลฎีกาเพื่อรองรับการใช้งานตามภารกิจดังกล่าว สถิติการใช้งานระบบสื่อสารทางไกล
ผ่านจอภาพในส่วนของการสืบพยาน ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๙-กรกฎาคม ๒๕๖๐