รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
48
- ควรจัดให้มมี าตรฐานยางดิบและมาตรฐานโรงงานแปรรูปยางพารา รวมถึงเทคโนโลยี
ที่ใช้ในการผลิตที่เหมาะสมกับยางดิบของแต่ละท้องถิ่น การติดตามตรวจสอบการปฏิบัติ
ตามมาตรฐานโรงงานอย่างเคร่งครัด ตลอดจนจัดท�ำนโยบายและมาตรการเร่งด่วนที่จะให้
เกษตรกร ใช้กรดอินทรีย์ทดแทนกรดซัลฟิวริก
๓. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ควรจัดให้มกี ารตรวจสอบมลภาวะจาก
โรงงานยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนือ่ งและสม�ำ่ เสมอตามมาตรฐานการ
ตรวจสอบมลพิษ ทัง้ ในส่วนทีเ่ กีย่ วข้องกับกลิน่ เหม็น ไอระเหยของกรดซัลฟิวริก ระบบบ�ำบัด
น�้ำเสีย และมาตรฐานน�้ำทิ้ง ทั้งนี้ ต้องค�ำนึงถึงปริมาณรวมของมลภาวะที่ปล่อยต่อหน่วย
พืน้ ทีด่ ว้ ย กรณีโรงงานทีจ่ งั หวัดอุดรธานีตอ้ งจัดท�ำแผนฟืน้ ฟูคณ
ุ ภาพสิง่ แวดล้อม ผลกระทบ
จากน�้ำทิ้ง และจัดงบประมาณเพื่อการด�ำเนินการดังกล่าว โดยประสานงานกับจังหวัด
อุดรธานี และด�ำเนินการให้บริษัทผู้ก่อมลพิษต้องชดใช้ค่าเสียหายในการฟื้นฟู
๔. กระทรวงสาธารณสุข ควรจัดให้มีการตรวจสุขภาพและบ�ำบัดรักษาผู้ได้รับผลกระทบ
จากมลภาวะ ไอระเหย และกลิ่นเหม็น อย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง
๕. การยางแห่งประเทศไทย ควรจัดให้มีมาตรการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้ผู้ประกอบ
การรับซื้อยางจากเกษตรกรที่ใช้สารอินทรีย์ รวมถึงการด�ำเนินการสร้างความรับรู้และ
ความตระหนักต่อเกษตรกรชาวสวนยางพารา ในการปรับเปลีย่ นการใช้สารอินทรียท์ ดแทน
กรดซั ล ฟิ ว ริ ก ซึ่ ง จะเป็ น ประโยชน์ ต ่ อ สุ ข ภาพของเกษตรกรลดผลกระทบต่ อ มลพิ ษ
ในกระบวนการแปรรูปยางพารา และช่วยให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตยางพาราที่มี
คุณภาพไม่ปนเปื้อนกรดซัลฟิวริก
๖. ผูป้ ระกอบการทัง้ สอง ควรปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลสิง่ แวดล้อมและความรับผิดชอบ
ต่อสังคม รวมถึงระงับการด�ำเนินการของโรงงานโดยสมัครใจและเปิดด�ำเนินการใหม่
เมื่อมั่นใจว่าได้ปรับปรุงระบบการผลิต การกองยาง การบ�ำบัดน�้ำเสีย การก�ำจัดไอระเหย
จากกรดซัลฟิวริกในระดับที่ไม่ก่อผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนรอบโรงงาน รวมถึงมี
มาตรการชดใช้คา่ เสียหายหรือเยียวยาผูไ้ ด้รบั ผลกระทบจากการด�ำเนินการของผูป้ ระกอบการ
ทั้งสอง
๑2.
เรื่อง
เกษตรกรได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางด�ำ (รายงานฯ ที่
๑๗๑/๒๕๖๑)
ความเป็นมา : กลุ่มประชาชนขอให้ตรวจสอบกรณีกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องทั้งสิบและเกษตรกร
ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรี ได้รับผลกระทบ
จากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางด�ำ ซึ่งเป็นสัตว์น�้ำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่กรมประมง
ได้อนุญาตให้เอกชนน�ำเข้าจากต่างประเทศ เนือ่ งจากปลาหมอสีคางด�ำได้กนิ สัตว์นำ�้ ขนาดเล็ก
ทีผ่ รู้ อ้ งทัง้ สิบและเกษตรกรทีไ่ ด้ท�ำการเพาะเลีย้ งเพือ่ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบ
ต่อรายได้ในการประกอบอาชีพ ซึง่ กสม.พิจารณาแล้วเห็นว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอ
สีคางด�ำย่อมมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบต่อสิทธิทางเ���รษฐกิจ
และการประกอบอาชีพของเกษตรกรซึง่ เป็นส่วนหนึง่ ในการด�ำรงชีพของประชาชน อันได้รบั
การรับรองไว้ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม