ทัง้ นี้ ความเปลีย่ นแปลงและความท้าทายเชิงโครงสร้างของประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) คือ วิสยั ทัศน์ อาเซียนและพิมพ์เขียวประชาคมเสาหลักทัง้ สามของอาเซียนจะเอือ้ ให้การส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนซึง่ เป็นประเด็นทีเ่ กีย่ วพัน กับทัง้ สามเสาหลักสามารถด�ำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึน้ หรือไม่ โดยประเด็นโครงสร้างดังกล่าวและการพัฒนาหรือปรับปรุงกลไก สิทธิมนุษยชนของ AC จะส่งผลโดยตรงต่อจ�ำนวนและคุณภาพทีเ่ พิม่ มากขึน้ ของตราสารสิทธิมนุษยชนในอาเซียนต่อไป การน�ำไปใช้ประโยชน์ น�ำไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติตามภารกิจขององค์กร เช่น การตรวจสอบเรื่องร้องเรียน การประเมิน สถานการณ์สิทธิมนุษยชน เป็นต้น น�ำไปเผยแพร่ในห้องสมุด/เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อเสนอแนะ (๑) ในระดับประเทศ ประเทศไทยสามารถเสริมสร้างบทบาทด้านสิทธิมนุษยชนได้โดยการเข้าเป็นภาคีในตราสาร สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พิจารณาถอนข้อสงวนต่อตราสารที่ได้เข้าเป็นภาคีแล้ว และเสริมสร้างประสิทธิภาพการ อนุวัติการตามพันธกรณีเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ประเทศสมาชิกอื่น ๆ นอกจากนั้น ยังสามารถด�ำเนินการให้ความช่วยเหลือ ประเทศสมาชิกทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความช่วยเหลือทางเทคนิคในประเด็นการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับประเทศ (๒) การด�ำเนินการในระดับภูมิภาค ประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนสามารถผลักดัน ให้มกี ารปรับปรุงกลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียนและการสร้างคุณภาพตราสารสิทธิมนุษยชนทีอ่ าเซียนจะพัฒนาขึน้ ต่อไป ๕) การศึกษาวิจัย เรื่อง “กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ” ผู้ศึกษาวิจัย : มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (รศ.คณาธิป ทองรวีวงศ์) สาระส�ำคัญของการศึกษาวิจัย โครงการศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา รวบรวม วิเคราะห์กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กลไก ด้านสิทธิมนุษยชน แนวคิด แนวปฏิบัติ สภาพการเลือกปฏิบัติ เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ สภาพการให้ความคุ้มครองบุคคล ่ อย่างเสมอกันตามกฎหมาย และไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างกันในเรื่องต่าง ๆ ตามที่รับรองใน บทที ๓ หลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และจัดท�ำข้อเสนอ มาตรฐาน และ/หรือแนวทางในการก�ำหนดให้มีกติกา กลางว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ เมือ่ พิจารณาจากปัจจัยเกีย่ วกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบตั แิ ละมิตแิ ห่งการเลือกปฏิบตั ิ ประกอบกับ หลักเกณฑ์ตา่ ง ๆ มาประกอบกันเป็นกรอบการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน (Distinction and Differentiation) เพื่อ ให้สามารถจ�ำแนกว่า กรณีใดเป็นกรณีของการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกรณีใดไม่อยู่ในขอบเขตการเลือก ปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยมีข้อค้นพบ ดังนี้ (๑) การเลือกปฏิบัติโดยตรง (Direct Discrimination) แนวการพิจารณาความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันคือ การปฏิบัติเหมือนกันต่อสิ่งที่มีสาระส�ำคัญเช่น เดียวกัน และการปฏิบตั ทิ แี่ ตกต่างกันต่อสิง่ ทีม่ สี าระส�ำคัญแตกต่างกัน ดังนัน้ หากมีการปฏิบตั ติ า่ งก��นต่อสิง่ ทีม่ สี าระส�ำคัญเช่น เดียวกัน หรือการปฏิบตั เิ หมือนกันต่อสิง่ ทีม่ สี าระส�ำคัญแตกต่างกัน ก็จดั ว่าเป็นการเลือกปฏิบตั แิ ละขัดต่อหลักความเท่าเทียมกัน การพิจารณาเช่นนี้สอดคล้องกับหลักการเลือกปฏิบัติโดยตรง (๒) การเลือกปฏิบัติโดยอ้อม (Indirect Discrimination) การเลือกปฏิบัติโดยอ้อมมีองค์ประกอบส�ำคัญ คือ กฎเกณฑ์ที่พิพาทนั้นเมื่อพิจารณาภายนอกโดยทั่วไปแล้ว จะเห็นได้วา่ มีลกั ษณะเป็นกลาง (Neutral on Its Face / Facially Neutral) กล่าวคือ ไม่เลือกปฏิบตั ติ อ่ บุคคลกลุม่ ใดกลุม่ หนึง่ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 65 ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙

Выберите целевой абзац3