เรื่อง ย่านเก่ากับการปกป้องคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชน
(๑) ความเป็นมา
กสม. ได้รบั เรือ่ งร้องเรียนเพือ่ ให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
หลายกรณีเกีย่ วกับย่านเก่าหรือชุมชมดัง้ เดิมอันเป็นพืน้ ทีท่ มี่ คี วามส�ำคัญทางประวัตศิ าสตร์ ซึง่ มีมรดกทางวัฒนธรรมอันควรค่า
แก่การอนุรกั ษ์เพือ่ เป็นความภูมใิ จของชาวไทย รวมทัง้ ยังเป็นแหล่งท่องเทีย่ วส�ำคัญทีส่ ามารถท�ำรายได้ให้กบั ประเทศจ�ำนวน
มาก เช่น กรณีขอให้ตรวจสอบการประกาศขายที่ดินบริเวณชุมชนเวิ้งนาครเขษมซึ่งอาจจะขายที่ดินให้กับเอกชนเพื่อน�ำไป
พัฒนาเป็นศูนย์การค้า ซึง่ จะมีผลกระทบต่อวัฒนธรรมทีม่ มี าแต่เดิมของชุมชนในย่านนัน้ กรณีผงั เมืองรวมของกรุงเทพมหานคร
ที่ก�ำหนดให้พื้นที่ชุมชนประวัติศาสตร์ในพื้นที่เมืองเก่าบริเวณเขตสัมพันธวงศ์ และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ชาวชุมชนเจริญ
ไชย (ซอยเจริญกรุง ๒๓) ถนนเจริญกรุง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นเขตพาณิชยกรรม ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีอาคารเก่าแก่อายุ
กว่าหนึ่งร้อยปี มีวิถีชีวิต วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานาน กรณีวัดมังกรกมลาวาส
(เล่งเน่ยยี่) ถนนเจริญกรุง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร จะปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณวัดด้วยการทุบท�ำลายพระ
เจดียท์ รงไทยและหมูเ่ จดียบ์ ริเวณใกล้เคียงโดยรอบทีม่ อี ายุกว่า ๑๒๐ ปี และศาลเจ้ากวางตุง้ กรณีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ดว้ ย
การก่อสร้างอาคารสูงในพืน้ ทีบ่ ริเวณโดยรอบอนุสาวรียค์ รูบาศรีวชิ ยั จังหวัดเชียงใหม่ ซึง่ เป็นสถานทีศ่ กั ดิส์ ทิ ธิแ์ ละเป็นทีเ่ คารพ
บูชาของประชาชนทั่วไป เป็นต้น นอกจากนี้ ยังปรากฏข่าวทางสื่อสารมวลชนหรือทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับปัญหาการ
เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือพัฒนาพื้นที่ในบริเวณย่านเก่าที่ตั้งอยู่กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีการไล่รื้อย้ายย่านเก่าที่มีคุณค่า
ทางประวัติศาสตร์หรือเป็นอู่วัฒนธรรมออกไป (Gentrification) มีอาคารเก่าหรือย่านเก่าที่สมควรขึ้นบัญชีหรือขึ้นทะเบียน
ตามกฎหมายได้เป็นจ�ำนวนมาก แต่ยงั ไม่มกี ารด�ำเนินการอย่างเป็นทางการ ท�ำให้ถกู รือ้ ถอนเป็นรายวันไปเป็นจ�ำนวนไม่นอ้ ย
ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คน หรือสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในอาณาบริเวณเหล่านี้เป็นจ�ำนวนไม่น้อย
ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
จากผลงานการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย มีกรณีตัวอย่างที่ กสม. ได้มีข้อเสนอ
แนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่น่าสนใจ อาทิ
(๒) เหตุผลและความจ�ำเป็นที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี
่
การเปลี่ยนแปลงสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลท�ำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น ท�ำให้มีการเข้ามาของกลุ่มทุน บทที
๓
หรือการพัฒนาพืน้ ทีโ่ ดยเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ระบบการวางแผนเพือ่ การพัฒนาโดยทีไ่ ม่ยดึ โยงหรือสอดคล้องกับการอนุรกั ษ์
ย่านเก่า เป็นเหตุให้ยา่ นเก่าหรือระบบชุมชนดัง้ เดิมไม่สามารถด�ำรงอยูไ่ ด้ แม้ภาคประชาสังคมมีความตระหนักในแนวคิดการ
คุม้ ครองและอนุรกั ษ์ยา่ นเก่า แต่อาจไม่มชี อ่ งทางหรืออ�ำนาจขับเคลือ่ นให้เป็นรูปธรรม ยิง่ ไปกว่านัน้ ปัจจุบนั กฎหมายทีจ่ ะใช้
ก�ำกับดูแลย่านเก่ามีอยู่อย่างกระจัดกระจาย ไม่เป็นเอกภาพ ไม่มีกฎหมายที่ใช้ก�ำกับดูแลโดยเฉพาะย่านเก่าของประเทศไทย
จึงอยูใ่ นภาวะความเสีย่ งต่อทัง้ การขาดการอนุรกั ษ์ และการผลักดันผูค้ นเดิมออกไปจากพืน้ ที่ เติมผูค้ นกลุม่ ใหม่ทมี่ โี อกาสเหนือ
กว่าเข้ามาแทนที่ อันเป็นประเด็นทีอ่ าจมีความเชือ่ มโยงไปสูป่ ระเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนในมิตทิ างวัฒนธรรม (Cultural rights)
ดังนั้น กสม. จึงเห็นควรพิจารณาปัญหาดังกล่าวเพื่อมีข้อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายต่อรัฐสภา
หรือคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ย่านเก่าอันเป็นแหล่งของมรดกวัฒนธรรมที่ส�ำคัญของชาติ ได้รับการดูแลรักษาทั้งในแง่ของการ
อนุรักษ์ และการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในมิติของสิทธิทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วย
สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights) ข้อ ๑๕
ทีก่ ำ� หนดให้รฐั ภาคีตอ้ งรับรองสิทธิของทุกคนทีจ่ ะมีสว่ นร่วมทางวัฒนธรรม ปฏิญญาสากลว่าด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ขององค์กรยูเนสโก ( Universal Declaration on Cultural Diversity) ข้อเสนอแนะว่าด้วยภูมทิ ศั น์ยา่ นประวัตศิ าสตร์ (UNESCO
Recommendation on the Historic Urban Landscape) และอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่
จับต���องไม่ได้ (the Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) และเพื่อเป็นการสืบสาน
มรดกวัฒนธรรมของชาติเอาไว้ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ เป็นสมบัติอันล�้ำค่าเพื่อความภูมิใจของชาวไทย ตลอดจนเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สู่สายตาของนานาประเทศ อันอาจน�ำไปสู่การเป็นมรดกโลกย่านประวัติศาสตร์
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
43
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙