ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ข้อเสนอแนะ
(๑) การส่งเสริมและประยุกต์ใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
ควรส่งเสริมองค์ความรูเ้ กีย่ วกับชุดหลักการและมาตรฐานต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วกับการแสดงความรับผิดชอบของธุรกิจ
ต่อสังคม (CSR) แก่เจ้าหน้าที่ส�ำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน
(๒) การจัดท�ำฐานข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยภาคเอกชน
เพื่ อ เป็ น เครื่ อ งมื อ ในการก� ำ กั บ และติ ด ตาม โดยครอบคลุ ม ข้ อ มู ล ขั้ น ต�่ ำ ได้ แ ก่ (๑) ประเภทธุ ร กิ จ
(๒) ชื่ อ ที่ อ ยู ่ และประเภทธุ ร กิ จ ของบริ ษั ท แม่ (ถ้ า มี ) (๓) มาตรฐานต่ า ง ๆ เกี่ ย วกั บ ความรั บ ผิ ด ชอบต่ อ สั ง คม
ทั้งมาตรฐานสากลและมาตรฐานในประเทศที่บริษัทนั้น ๆ และบริษัทแม่ (ถ้ามี) ประกาศว่ารับหลักการหรือเป็นภาคีสมาชิก
(๔) เนื้อหาในมาตรฐานแต่ละมาตรฐานซึ่งข้อเท็จจริงจากกรณีที่บริษัทถูกร้องชี้ชัดว่าเป็นการละเมิด
(๓) การเผยแพร่บทสรุปผลการตรวจสอบ และจัดท�ำข้อเสนอแนะต่อบริษัท
กสม. ควรเผยแพร่บทสรุปผลการตรวจสอบกรณีทชี่ ดั เจนว่า บริษทั มีสว่ นในการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพือ่ เปิด
โอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนโดย
รวมให้เห็นความส�ำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนมากขึ้น
(๔) สร้างกลไกความร่วมมือกับหน่วยงานก�ำกับดูแลเอกชนในไทย
กสม. ควรหารือกับหน่วยงานที่มีบทบาทก�ำกับดูแลภาคเอกชน เช่น ส�ำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) สมาคม
บริษัทจดทะเบียนไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เป็นต้น
เพื่อขับเน้นประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนให้เป็นที่ตระหนักในวงกว้างมากขึ้น
(๕) ความร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชนระหว่างประเทศ
กสม. ควรพิจารณาหารือกับองค์กรภาคเอกชนระหว่างประเทศทีม่ บี ทบาทในการสร้างความตืน่ ตัวและตระหนัก
ในประเด็นสิทธิมนุษยชนของภาคธุรกิจ และร่วมมือกันยกระดับการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในไทย
(๖) การจัดท�ำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP)
กสม. ควรพิจารณาริเริ่มให้เกิดกระบวนการจัดท�ำแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
่
(National Action Plan on Business and Human Rights - NAP) เพื่อใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการเริ่มสร้างความตระหนัก บทที
๓
และการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคธุรกิจ รัฐ และประชาสังคม
การน�ำไปใช้ประโยชน์
สามารถน�ำไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการตรวจสอบเรือ่ งร้องเรียนของคณะอนุกรรมการทีเ่ กีย่ วข้อง ใช้เป็นข้อมูล
ในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจด�ำเนินธุรกิจโดยเคารพสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ในห้องสมุด/ผ่านเว็บไซต์ และจัดพิมพ์เป็นหนังสือ
เผยแพร่
๔) การศึกษาวิจัย เรื่อง “พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน”
ผู้ศึกษาวิจัย : มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (ดร.เสรี นนทสูติ)
สาระส�ำคัญของการศึกษาวิจัย
โครงการศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือก รวบรวมตราสารในกรอบความร่วมมือของอาเซียน ทั้งใน
รูปแบบของสนธิสัญญา ข้อตกลง ปฏิญญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชน และ/หรือเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อ
สิทธิมนุษยชนอย่างสูง โดยเฉพาะทีม่ ผี ลผูกพันตามกฎหมาย (hard law) จากรายการทีส่ ำ� นักเลขาธิการอาเซียนได้รวบรวมไว้
ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๖๗ - ๒๐๑๒ (พ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๕๕) และที่ได้มีการจัดท�ำหรือรับรองขึ้นหลังจากนั้นจนถึงวันท�ำสัญญา
จ้าง (๓๐ กันยา��น ๒๕๕๘) และเพื่อจัดหมวดหมู่ และสรุปสาระ/ประเด็นส�ำคัญของตราสารตามที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าว
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของตราสารฉบับนั้น ๆ
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
63
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙