แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
14) ใหมีการตั้งสถาบันวิจัยปาไมระดับชาติ
15) ใหมีการปลูกปาเพื่อเปนแหลงพลังงาน
16) กําหนดพื้นที่ที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ย 35 เปอรเซ็นตขึ้นไป ไวเปนพื้นที่ปาไม โดยไมอนุญาต
ใหมีการออกโฉนด หรือ น.ส.3
17) กําหนดแนวปฏิบัติที่แนนอนชัดเจนเกี่ยวกับการแกปญหาการทําลายปาในรูปแบบตาง ๆ เชน
การทําไรเลื่อนลอย ฯลฯ
18) กําหนดใหมีสิ่งจูงใจในการสงเสริมการปลูกปาภาคเอกชน
19) กําหนดใหมีการวางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย และการตั้งถิ่นฐานในทองถิ่นใหสอดคลอง
กับการใชและการอนุรักษทรัพยากรของประเทศ
การจั ด ทํ า นโยบายป า ไม ถื อ เป น ความก า วหน า ของวงการป า ไม ไ ทยและอาจนั บ ได ว า เป น จุ ด เริ่ ม
ของการทํากระบวนการนโยบายสาธารณะดานทรัพยากรของประเทศไทย แตการกําหนดนโยบายปาไมแหงชาติ
เกิดจากคณะกรรมการนโยบายปาไมแหงชาติสั่งการโดยมีกรมปาไมเปนฝายเลขานุการ มิไดสวนรวมจาก
ภาคประชาสั ง คม จึ ง ทํ า ให ข อบเขตเนื้ อ หาของนโยบายค อ นข า งแคบที่ เ น น การจั ด การป า เพื่ อ ตอบสนอง
การพัฒนาเศรษฐกิจเปนหลักโดยไมมีโจทยหรือปญหาที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาในภาคสวนอื่น ๆ ที่ชัดเจน
นโยบายปาไมจงึ ขาดมุมมองทางสังคมและการพัฒนาทีเ่ ปนสวนสําคัญของการจัดการปาไมและทรัพยากรธรรมชาติ
อยางยั่งยืน
4.2.2 แนวทางปฏิบัติการการบริหารจัดการที่ดินปาไม
ในการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ไดกําหนดแนวทางและมาตรการดําเนินงานหลายประการ เชน
การจําแนกหรือแบงที่ดินและปาไม แนวทางนี้มีความสําคัญที่สงผลตอการวางแผนการใชประโยชนจากพื้นที่
ตลอดจนถึงการวางแผนใหกรรมสิทธิ์ตอประชาชน โดยแบงเปนปาบกและปาชายเลน ดังรายละเอียดตอไปนี้
ปาบก
1. การแบงประเภทผืนปา
นโยบายปาไมแหงชาติไดกําหนดพื้นที่ปาไมทั่วประเทศอยางนอยในอัตรารอยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ
เพื่อประโยชน 2 ประการ คือ
1) ปาเพื่อการอนุรักษ กําหนดไวเพื่ออนุรักษสิ่งแวดลอม ดิน นํ้า พันธุพืช พันธุสัตวที่หายาก
และปองกันภัยธรรมชาติอันเกิดจากนํ้าทวม และการพังทลายของดิน ตลอดทั้งเพื่อประโยชนในการศึกษา
การวิจัย และการนันทนาการของประชาชนในอัตรารอยละ 15 ของพื้นที่ประเทศ
2) ปาเศรษฐกิจ กําหนดไวเพื่อการผลิตไมและของปาเพื่อประโยชนในทางเศรษฐกิจ ในอัตรา
รอยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ ตอมาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 6 ไดกําหน���มาตรการ
ดําเนินการไว เพื่อความชัดเจนในการกําหนดขอบเขตความรับผิดชอบระหวางรัฐกับเอกชน และประชาชน
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
69