แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
ความมุงหมายสําคัญของรัฐธรรมนูญในการคุมครองสิทธิมนุษยชน นอกจากจะเปนไปเพื่อคุมครอง
สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลทั้งที่เปนปจเจกบุคคลและบุคคลที่รวมกันเปนชุมชนแลว ยังมุงคุมครอง
และสงเสริมการฟนฟูคุณคาในการธํารงรักษารากฐานแหงการดํารงชีพแบบพื้นบานตามปรกติของประชาชน
ซึ่งอาศัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมใหมีความสมดุลและยั่งยืน มีความปลอดภัยและมีคุณภาพโดยอาศัย
หลักการมีสวนรวมของบุคคลที่รวมกันเปนชุมชนซึ่งเปนผูมีประโยชนไดเสียสําคัญในการใหสิทธิขั้นพื้นฐาน
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 66 ผูตีความรัฐธรรมนูญจึงควรระลึกไวเสมอวา เมื่อรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิเสรีภาพ
ขั้นพื้นฐานอยางใดไว ยอมเปนการกําหนดเนื้อหาสาระสําคัญอันเปนมาตรฐานขั้นตํ่าในเรื่องนั้น ๆ ไวเสมอ
และยอมมีผลผูกพันองคกรของรัฐทั้งปวง (กิตติศักดิ์ ปรกติ, 2550)
2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
แนวนโยบายและมาตรการบริหารจัดการที่ดินไดเสนอไวคอนขางชัดเจนตั้งแตแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแหงชาติฉบับที่ 6 (ระหวางป พ.ศ. 2530 - 2534) โดยระบุปญหาไวชัดเจนวา การพัฒนาทรัพยากรปาไม
ที่ผานมาในอดีต เนนเฉพาะดานการอนุรักษโดยใชมาตรการปองกันและควบคุม ละเลยบทบาททางเศรษฐกิจ
ของปา และละเลยตอบทบาทของประชาชนและองคกรในระดับทองถิ่น การพัฒนาปาไมในลักษณะดังกลาว
จึงไมประสบผลดีเทาที่ควร กลาวคือพื้นที่ปาไมมีแนวโนมลดลงอยางรวดเร็วตลอดระยะเวลาที่ผานมา ดังนั้น
ในระยะตอไปจะขยายขอบเขตการพัฒนาทรัพยากรปาไมใหมีความสําคัญทั้งในดานเศรษฐกิจและการอนุรักษ
ควบคูกันไป โดยกําหนดเปา��มายระยะยาวใหมีพื้นที่ปาไม ซึ่งรวมสวนปาของเอกชนไมนอยกวารอยละ 40
ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ โดยมีแนวการพัฒนาทรัพยากรปาไมไว ดังนี้
1) สนั บ สนุ น ให ป ระชาชน และองค ก รประชาชนในระดั บ ท อ งถิ่ น มี บ ทบาทและส ว นร ว ม
ในการพัฒนาทรัพยากรปาไมใหมากที่สุด
2) ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบขอบังคับที่เปนอุปสรรคตอการพัฒนาทรัพยากรปาไม เพื่อลด
ปญหาความขัดแยง
3) ปรับปรุงการบริหารและการจัดการทรัพยากรปาไมโดยการจัดทําเครื่องมือพื้นฐานใหสมบูรณ
และมี ก ารปรั บ ปรุ ง ข อ เสนอเรื่ อ งที่ ดิ น ในแผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห ง ชาติ ต ลอดมาจนถึ ง ป จ จุ บั น
ซึ่งอยูในชวงแผนฯ ฉบับที่ 11
สวนแนวทางพัฒนาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 11 ก็ยังใหความสําคัญกับ
เรื่องที่ดินหลายประการ ไดแก
1) รักษาและคุมครองพื้นที่ที่มีศักยภาพทางการเกษตรและสนับสนุนใหเกษตรกรรายยอยมีที่ดินเปน
ของตนเองหรือมีสิทธิทํากินในที่ดิน โดยการปรับปรุงกฎ ระเบียบ ที่มีอยูใหเอื้อตอการนําที่ดินมาใชเพื่อการเกษตร
2) เรงรัดใหมีการนําที่ดินที่ซื้อจากเอกชนมาดําเนินการปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม และใชมาตรการ
ทางภาษีเพื่อบังคับหรือจูงใจใหบุคคลผูถือครองที่ดินไวเปนจํานวนมาก โดยไมไดจัดทําประโยชนในทางเศรษฐกิจ
และสังคมใหหันมาทําประโยชนในพื้นที่ดังกลาวมากขึ้น
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
67