แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย (2546) รายงานปญหาการพัฒนากฎหมายปาชุมชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟก ไววา ขอจํากัดที่ไมสามารถนําไปสูการคุมครองรักษาปาที่ดีในภูมิภาคนี้มี 7 ประการ 1) กระบวนการพัฒนา การจัดการปา ไมมั่นคง 2) อิทธิพลและความลําเอียงจากองคกรที่เกี่ยวของ 3) ความเขาใจของประชาสังคม ไมคอยเขาใจ 4) ความสัมพันธระหวางองคกรที่เกี่ยวของไมดี 5) การเมือง/กระบวนการตัดสินใจ ไมสมดุล 6) กรอบกฎหมายที่เกี่ยวของ ไมสนับสนุน และ 7) เวทีการพูดคุยปรึกษาหารือ ไมคอยมีประสิทธิภาพ ขอจํากัดเหลานี้ ทําใหเกิดปรากฏการณของปญหาซึ่งแสดงอาการออกมาใหเห็นในหลายดาน เชน ปญหาความขัดแยงในการใชทรัพยากร การปลูกพืชเกษตรที่ขัดตอกฎหมาย กิจกรรมการจัดการใชประโยชนปา ที่ขัดตอกฎหมาย สิ่งเหลานี้ไมไดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และเกิดรุนแรงอยางตอเนื่องในเขตปา เพราะประชาชน ไม มี สิ ท ธิ ใ นเรื่ อ งป า และรั ฐ ไม ค  อ ยสนใจหรื อ ให ค วามสํ า คั ญ ที่ จ ะปรั บ ปรุ ง แก ไขในเรื่ อ งสิ ท ธิ ข องประชาชน เกี่ยวกับปา รวมทั้งเรื่องพื้นที่อยูอาศัยทํากินและทรัพยากรของกลุมชนทองถิ่น ซึ่งมักจะมีทรัพยากรทั้งปาไม นํ้ามันและแรธาตุอยูสมบูรณ เมื่อปญหาการรักษาปาผนวกเขากับปญหาการคอรรัปชั่นในการอนุญาตใหแสวงหา ประโยชนจากไมและทรัพยากรในปา ปญหาปาไมจงึ เกิดผลกระทบในวงกวางไกลออกไปนอกเขตปาไปถึงพืน้ ทีช่ นบท และในเมื อ งซึ่ ง ไม ส ามารถแก ไขได และผลกระทบเหล า นี้ ไ ปเชื่ อ มโยงเข า กั บ การเสริ ม สร า งความเข ม แข็ ง ของชุมชนชนบทการพัฒนาการทองเที่ยว ฯลฯ ซึ่งลวนแลวแตเปนนโยบายสําคัญของรัฐบาลในปจจุบันทั้งสิ้น แนวทางธรรมาภิบาลจึงเขามาสูวงการจัดการปาและทรัพยากรก็เพื่อที่จะหาแงมุม วิธีการ และผูรวมงานใหม ๆ เขามาชวยแกปญหาปาและทรัพยากร 2.4.2 นิติธรรม ธานินทร กรัยวิเชียร (2504 : 433 - 434) อธิบายวา หลักนิติธรรม หมายถึง หลักการแหงกฎหมาย ที่เทิดทูนศักดิ์ศรีแหงความเปนมนุษยและยอมรับนับถือสิทธิแหงมนุษยชนทุกแงทุกมุม รัฐตองใหความอารักขา คุมครองมนุษยใหพนจากลัทธิทรราชย หากมีขอพิพาทใด ๆ เกิดขึ้น ไมวาระหวางรัฐกับเอกชน หรือเอกชน กับรัฐ ศาลสถิตยุติธรรมยอมมีอํานาจอิสระในการตัดสินคดีตามกฎหมายของบานเมือง นิติธรรม (Rule of Law) เปนหลักการสําคัญทางการปกครอง มีความหมายหลากหลายตามความคิดของแตละคนแตไดกอรูปรางชัดเจนขึ้น เปนหลักของการปกครองโดยกฎหมาย เพื่อกอใหเกิดความเปนธรรมทั้งตอบุคคลในฐานะปจเจกชน (Individual Interest) และเปนธรรมตอประโยชนสวนรวม (Public Interests) ซึ่งรัฐมีหนาที่ดําเนินการเพื่อคุมครอง ทั้งประโยชนสวนบุคคลของสมาชิกและประโยชนสวนรวมในกรณีที่ประโยชนขัดกันตองจัดการใหเกิดดุลยภาพ ที่เปนธรรมแกทั้งสองฝาย (ชัยวัฒน วงศวัฒนศานต, 2540 : 25) ขณะที่หยุด แสงอุทัย (2506 : 90 - 93) เห็นวา นิติธรรมมีหลักสําคัญ 3 ประการ คือ 1) กฎหมายเปนสิ่งที่อยูเหนือสิ่งอื่นใดในการปกครองประเทศ 2) ขอบเขต อํ า นาจหน า ที่ ข องรั ฐ มี จํ า กั ด ไว แ น น อน 3) ศาลมี อิ ส ระในการพิ จ ารณาและตรวจสอบความชอบกฎหมาย ในการปกครอง ชัยวัฒน วงศวัฒนศานต (2540 : 20) อธิบายวา เปนการปกครองโดยกฎหมายที่เปนธรรม อี ก นั ย หนึ่ ง เป น หลั ก ที่ ก ารปกครองดํ า เนิ น ไปอย า งเป น ธรรม โดยกลไกกฎหมายซึ่ ง มี ค วามหมายหลั ก ว า กา���ปกครองโดยกฎหมายอีกระดับหนึ่งและมิใชเปนหลักกฎหมายอยางลอย ๆ แตมีแนวโนมใหเห็นถึงเปาหมาย ของหลักการดังกลาวดวย รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 45

Выберите целевой абзац3