แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ แตมิไดแจงใหทางราชการทราบหรือแจงแลวทางราชการไมไดดําเนินการตอให หรือไมไดโฉนด เชน ชุมชนกลุมชาติพันธุ ชุมชนทองถิ่นดั้งเดิมที่อยูหางไกล ก็จะไมไดรับสิทธิตามประมวลกฎหมาย ที่ดิน และยิ่งเมื่อรัฐประกาศเขตปา และออกพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 กําหนดใหปาคือที่ดิน ที่ยังมิไดมีบุคคลไดมาตามกฎหมายที่ดิน ก็ทําใหราษฎรในชนบทหางไกลหรือชุมชนที่อยูกับปา กลายเปนผูไรสิทธิ ในที่ดิน และถูกกลาวหาเปนผูบุกรุกปาทั้ง ๆ ที่เขาอยูอาศัยทํากินอยูที่เดิมของเขามาแตบรรพบุรุษ ยิ่งกวานั้น ยังมีที่ดินซึ่งชุมชนใชสอยรวมกัน เชน ที่ไรหมุนเวียน ที่ปาใชสอย ที่สาธารณประโยชน ปาบุงปาทาม พรุ หนองนํ้า ก็ตกเปนของรัฐตามกฎหมายที่แตละหนวยงานของรัฐใชอํานาจตามกฎหมายเขามาควบคุมดูแล อํานาจรัฐ ในการบริหารจัดการที่ดินจึงซอนทับอํานาจของราษฎรและชุมชนที่มีสิทธิตามธรรมชาติในที่ดินและทรัพยากร ที่เขาสืบทอดกันมาชานาน เมื่อราษฎรยืนยันสิทธิและใชที่ดินทํากินตามจารีตประเพณีของเขา จึงเกิดขอพิพาท ขั ด แย ง กั บ หน ว ยงานของรั ฐ และเมื่ อ หน ว ยงานของรั ฐ บั ง คั บ ใช ก ฎหมายเหนื อ กฎเกณฑ ต ามจารี ต ประเพณี จึงเกิดขอพิพาทขัดแยงและนําไปสูการละเมิดสิทธิในที่ดินและปาของราษฎร 2.3 งานวิจัยที่ดิน ที่ดินและปาไมที่สมบูรณเปนทรัพยากรพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ ตามวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ตลอดจนความมั่นคงทางอาหารและสภาวะแวดลอมของสังคม โดยรวมประเทศไทย ยั ง มี ที่ ดิ น ที่ อุ ด มสมบู ร ณ พ อเพี ย งเมื่ อ เที ย บกั บ จํ า นวนประชากร 65 ล า นคน เกษตรกรควรจะมี ที่ ดิ น เฉลี่ ย คนละ 22 ไรตามขอมูลของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร แตความเปนจริงกลับไมเปนเชนนั้น ราษฎรชาวไทย ตองเผชิญกับปญหาการขาดแคลนที่ดินในการผลิตมาโดยตลอด นโยบายรัฐยังคงมุงกระตุนเศรษฐกิจเปดชอง ให นั ก ลงทุ น ต า งชาติ เข า มาซื้ อ ขายครอบครองที่ ดิ น ได โ ดยเสรี ทํ า ให เ กิ ด การแก ง แย ง ที่ ดิ น และทรั พ ยากร ที่ทวีความรุนแรงและเขมขนมากยิ่งขึ้นแทบทุกรูปแบบ ดังปรากฏในรายงานสถานการณปญหาที่ดินในสังคมไทย มาอยางตอเนื่อง งานวิจัยที่ดินในชวงแรกอธิบายการปฏิรูปที่ดินรัฐ เชน งานวิจัยเรื่องวิวัฒนาการของการปฏิรูปที่ดิน ในประเทศไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีการออกกฎหมายปฏิรูปที่ดิน (พ.ศ. 2475 - พ.ศ. 2518) โดย วีรวัฒน อริยะ, วิ ริ ย านั น ท พุ ท ธกาลรั ช ธร และแล ดิ ล กวิ ท ยรั ต น ชี้ ใ ห เ ห็ น ว า ป ญ หาความขั ด แย ง ในการใช ป ระโยชน ฐานทรั พ ยากรธรรมชาติ ใ นสั ง คมไทยเกิ ด ขึ้ น มานานแล ว ตั้ ง แต ยุ ค ศั ก ดิ น า ครั้ ง กรุ ง สุ โขทั ย กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา จนถึงตอนตนกรุงรัตนโกสินทร กรรมสิทธิท์ ดี่ นิ ถูกแยกเปนสองสวน พระเจาแผนดินเปนเจาของทีด่ นิ (Ownership) ราษฎรไดสิทธิในการใชประโยชนทํากินแลกกับการสงสวยและเกณฑแรงงานผานระบบเจาขุนมูลนายซึ่งดูแลแทน พระมหากษัตริยอีกทอดหนึ่ง ระบบเศรษฐกิจในชวงนี้เปนเศรษฐกิจแบบพอยังชีพ (Subsistence Economy) ที่ดินถูกใชเปนปจจัยในการยังชีพ โครงสรางสวนบนและโครงสรางสวนลางสอดคลองสัมพันธกัน จนถึงภายหลัง การลงนามสนธิสัญญาเบาวริ่งในป พ.ศ. 2398 ทําใหฐานทางเศรษฐกิจของไทยเปดเชื่อมตอกับระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากแรงกดดันของมหาอํานาจในการเสาะแสวงหาแหลงวัตถุดิบและตลาดสําหรับระบายสินคาและทุน ซึ่ ง มาพร อ มกั บ ลั ท ธิ ก ารล า อาณานิ ค ม พระบาทสมเด็ จ พระจุ ล จอมเกล า เจ า อยู  หั ว รั ช กาลที่ 5 ได ป รั บ ปรุ ง รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 23

Выберите целевой абзац3