พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของ���ระชาคมอาเซียน Human Rights Obligations of the ASEAN Community มากยิ่งขึ้น แม้ว่าการประกอบอาชีพของแรงงานในประชาคมอาเซียนจะเปิดเสรีเฉพาะภาคแรงงานมีฝีมือเท่านั้น แต่การ เปิดพรมแดนและการเดินทางติดต่อของประชากรอาเซียนเพื่อการค้าขาย ท่องเที่ยวและท�ำงานย่อมท�ำให้เกิดความเสี่ยง ของประชากรที่จะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ สภาพของปัญหาที่จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นนี้ ท�ำให้ต้อง พิจารณาว่า การท�ำงานของคณะกรรมาธิการภายใต้ขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดหกปีที่ผ่านมา จะสามารถเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้เกิดการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประชาคมอาเซียน ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ ๖.๒.๒ ความท้าทายในการปรับปรุงกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน ความท้าทายประการส�ำคัญทีจ่ ะเกิดขึน้ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ต่อเนือ่ งกับปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึง่ เป็นระยะ เวลาที่ครบ ๖ ปีนับตั้งแต่มีการประกาศใช้เอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่คือการทบทวนเอกสารดังกล่าว ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่า คณะผู้ยกร่างเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการตระหนักถึงอุปสรรคในการเจรจาขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการในระยะเริ่มแรก จึงได้ก�ำหนดกระบวนการให้มีการทบทวน (Review) ขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการเมื่อครบระยะเวลา ๕ ปีนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ ซึ่งที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน เป็นผู้มีอ�ำนาจด�ำเนินการทบทวน โดยคณะกรรมาธิการจะท�ำการประเมินการด�ำเนินงานและจัดท�ำข้อเสนอแนะเพื่อ การทบทวนขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน ซึ่งในแผนงาน ๕ ปีของ คณะกรรมาธิการ ได้ก�ำหนดให้คณะกรรมาธิการเริ่มการพิจารณากระบวนการทบทวนขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่เพื่อเสริม ภารกิจในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมาธิการ ในการนี้ ประเทศสมาชิกหลายประเทศได้เสนอ แผนงานส�ำหรับปี พ.ศ. ๒๕๕๗ หลายประการเพื่อให้มีการพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงเอกสารขอบเขต อ�ำนาจหน้าที่ เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์และไทยจะร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อพิจารณาการทบทวนเอกสาร ดังกล่าว และประเทศไทยได้เสนอจัดประชุมในหัวข้อกลไกการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาคซึ่งจะมี การเปรียบเทียบกลไกสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอื่น ๆ เช่น อเมริกา ยุโรป อาฟริกา เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเสนอแนะ ปรับปรุงกลไกของอาเซียนต่อไป ๑. ความท้าทายในเนื้อหาของเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ฉบับใหม่ เอกสารขอบเขตหน้าที่ฉบับปัจจุบันถูกใช้เป็นแนวทางในการด�ำเนินงานของคณะกรรมาธิการ มาเป็นระยะเวลากว่า ๖ ปีนบั แต่การจัดตัง้ องค์กร อย่างไรก็ตาม เอกสารขอบเขตหน้าทีย่ งั ปรากฏข้อจ�ำกัดอยูห่ ลายประการ เช่น ความไม่สมดุลในภารกิจด้านการคุ้มครองและด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชน บทบัญญัติต่าง ๆ ในเอกสารขอบเขตหน้าที่ ให้น�้ำหนักไปที่ภารกิจด้านการส่งเสริมมากกว่าด้านการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีเพียงข้อ ๔.๑๐ ที่ระบุให้ คณะกรรมาธิการสามารถขอรับข้อมูลจากประเทศสมาชิกในเรื่องสิทธิมนุษยชนที่แสดงถึงภารกิจด้านการคุ้มครองสิทธิ มนุษยชนอย่างชัดแจ้ง ส่วนกลไกการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ส�ำคัญ คือ การรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่ถูกละเมิด สิทธิยังไม่ปรากฏในเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ กลไกในการรับเรื่องราวร้องทุกข์อาจถูกพัฒนาให้ เกิดขึ้นได้จากการใช้อ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการตามมาตรา ๔.๑๐ แต่ในทางปฏิบัติคณะกรรมาธิการมักประสบ ปัญหาในการใช้กลไกตามข้อก�ำหนดดังกล่าว อันเนื่องมาจากการต้องได้รับฉันทามติจากผู้แทนของทุกประเทศและประเด็น การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนมักถูกพิจารณาว่าเป็นกิจการภายในของประเทศสมาชิก และการ หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นพิจารณาเข้าข่ายเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ดังที่ได้กล่าวถึงข้างต้น นอกจากนี้ แม้จะ มีบทบัญญัติบางมาตราในเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ที่เปิดช่องทางให้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและ ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 87

Выберите целевой абзац3