AMM การจัดโครงสร้างลักษณะดังกล่าวท�ำให้เกิดประเด็นการขาดความเชื่อมโยง ความร่วมมือและการประสานงานกับ องค์กรในด้านสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะองค์กรคณะกรรมาธิการอาเซียน ว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตร���และสิทธิเด็ก และคณะกรรมการอาเซียนด้านแรงงานอพยพ ซึ่งยังขาดการ ประสานงานในด้านการวางแผนงานโครงการและการด�ำเนินความสัมพันธ์กับองค์กรภายนอกประชาคม เพื่อป้องกันความ ซ�้ำซ้อนและก�ำหนดแนวทางให้โครงการด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพ ๕. การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการท�ำงาน องค์กรภาคประชาสังคม (Civil Society Organisations) ด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียนมี ความตื่นตัวในการขับเคลื่อนการพัฒนาระดับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอย่างมาก และเรียกร้อง การมีส่วนร่วมในการท�ำงานกับคณะกรรมาธิการอยู่เสมอ ทั้งนี้ กฎบัตรอาเซียนก�ำหนดว่าอาเซียนอาจติดต่อกับองค์กร ที่สนับสนุนกฎบัตรอาเซียนได้และก�ำหนดให้คณะผู้แทนถาวร (Committee of Permanent Representatives) จัดท�ำ หลักเกณฑ์การติดต่อโดยค�ำแนะน�ำของเลขาธิการอาเซียน และต่อมาคณะผู้แทนถาวรได้จัดท�ำเอกสารแนวทางการรับรอง องค์กรภาคประชาสังคม (Guidelines on Accreditation of Civil Society Organisations) ซึ่งองค์กรที่ได้รับการรับรอง จะมีสิทธิ (Privileges) ตามที่ก�ำหนดไว้ เช่น การใช้ค�ำว่า “อาเซียน” ในชื่อองค์กร การจัดท�ำข้อเสนอโครงการเพื่อรับ การสนับสนุนด้านการเงินจากองค์กรภายนอกผ่านส�ำนักเลขาธิการอาเซียน และการจัดท�ำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ องค์กรในอาเซียน เป็นต้น ส�ำหรับคณะกรรมาธิการเองได้มีการหารือเกี่ยวกับความจ�ำเป็นและกระบวนการจัดท�ำเอกสาร แนวทางการมีส่วนร่วมหรือการติดต่อระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและคณะกรรมาธิการตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และ ได้พิจารณาปรับปรุงร่างแนวทางหลายครั้ง แต่เมื่อครบวาระการด�ำรงต�ำแหน่งของผู้แทนในคณะกรรมาธิการสมัยแรก ท�ำให้การพิจารณาร่างแนวทางสะดุดลง ประเด็นที่ส�ำคัญคือปัจจุบันองค์กรภาคประชาสังคมหลายแห่งต้องการติดต่อ โดยตรงกับคณะกรรมาธิการเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับงานด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียน แต่การ ขาดหลักเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติขององค์กรเหล่านี้มักถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นที่ท�ำให้ไม่สามารถติดต่อประสานงาน ระหว่างทั้งสองฝ่าย นอกจากนั้น ยังต้องพิจารณาว่า แนวทางที่คณะผู้แทนถาวรจัดท�ำขึ้นเหมาะสมหรือสอดคล้องกับ ลักษณะการติดต่อประสานงานระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและคณะกรรมาธิการในด้านการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนซึ่งอาจต้องเปิดโอกาสให้องค์กรที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางหรือไม่ เมื่อมีการแต่งตั้งผู้แทน AICHR ในรอบที่สอง ผู้แทนไทยใน AICHR ได้ริเริ่มการปรับปรุงร่างเอกสารแนวทางความสัมพันธ์ระหว่าง AICHR และ CSO (Guidelines on AICHR’s Relations with CSOs) ซึ่ง AICHR ได้ใช้เวลาตลอดปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เจรจาและได้ลงมติรับรอง แนวทางร่างเอกสารดังกล่าวในต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๘52 และในปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้มีการรับรอง CSO แล้วจ�ำนวน ๕ แห่ง ๖. ขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่และทิศทางการท�ำงาน การเปิดประชาคมอาเซียนในปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จะน�ำมาสูก่ ารเคลือ่ นย้ายสินค้า บริการ เงินทุน และประชากรในภูมภิ าคอาเซียนโดยเฉพาะประเทศในกลุม่ ภูมภิ าคลุม่ น�ำ้ โขง ซึง่ รวมประเทศไทย ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ และกัมพูชา ซึ่งย่อมน�ำมาสู่ประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่จะมีประเภทของปัญหาที่มากขึ้นและทวีความรุนแรง 52 แนวทางความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับองค์กรภาคประสังคม (Guidelines on AICHR’s Relations with CSOs) ซึ่ง AICHR ได้ใช้เวลาตลอดปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เจรจาและได้ลงมติรับรองแนวทางร่าง เอกสารดังกล่าวในต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๘ 86 ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Выберите целевой абзац3