52 ความเสมอภาคทางกฎหมายที่ห้ามมิให้มีการปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างบุคคลที่มีสถานะเดียวกันโดยไม่มีเหตุ อันควร เมื่อสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภามีลักษณะพิเศษเฉพาะในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐตาม กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มิใช่รัฐวิสาหกิจ และมิได้เป็นหน่วยงานเอกชน อันจะต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย ที่เกี่ยวกับแรงงานแล้ว การปฏิบัติต่อกิจการของสํานักงานฯ ในลักษณะที่แตกต่างไปจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย เกี่ยวกับแรงงาน จึงเป็นการสมเหตุสมผล เหมาะกับสถานะของผู้ปฏิบัติงานในสํานักงานฯ จึงไม่เป็นการเลือก ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 30 วรรคสาม บัญญัติไว้....” คําวินิจฉัยเหล่านี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยข้อโต้แย้งที่ว่ากฎหมายเหล่านั้นขัดหรือแย้ง กับรัฐธรรมนูญมาตรา 30 หรือไม่ ซึ่งศาลวินิจฉัยไปในแนวทางเดียวกับคําวินิจฉัยที่ 5/2542 ว่าบทบัญญัติของ กฎหมายเหล่านั้นไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 ศาลได้ให้คําอธิบายว่าแม้รัฐธรรมนูญจะได้ให้ความ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอย่างเท่าเทียมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรอง แล้วจะมีการจํากัดหรือเลือกปฏิบัติไม่ได้ เพราะมาตรา 29 และมาตรา 30 ได้บัญญัติว่าการจํากัดสิทธิเสรีภาพ กระทําได้ แต่การจํากัดสิทธิเสรีภาพต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในมาตรา 29 คือต้องเป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ให้อํานาจในการออกกฎหมายจํากัดสิทธิและเสรีภาพ โดยกฎหมายจะต้องออกเท่าที่จําเป็น และไม่กระทบ กระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ และต้องมีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไปไม่ได้มุ่งหมาย บังคับใช้แก่กรณีหนึ่งกรณีใดหรือเฉพาะบุคคล ส่วนมาตรา 30 บุคคลย่อมมีความเสมอภาคกันภายใต้กฎหมาย และได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมาย ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน หากบุคคลมีความแตกต่างกันด้วยถิ่น กําเนิด เชื้อชาติ สภาพทางกาย สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม อาจปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ แตกต่างกันได้ แต่จะเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ (คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 40/2545) ดังนั้น เพราะข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน จึงสามารถบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันได้ ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ต่อมาเป็นคดีที่เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุ แห่งสภาพร่างกาย คดีนี้อยู่ใน ความสนใจของนักกฎหมายอย่างมาก เนื่องจากนายศิริมิตร บุญมูล ประกอบอาชีพทนายความ ได้สมัครสอบ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการในตําแหน่งผู้ช่วยอัยการ แต่ถูกตัดสิทธิในการสอบ ด้วยเหตุผลที่ว่า มีสภาพร่างกาย ไม่เหมาะสม นายศิริมิตร บุญมูล เป็นโปลิโอ พิการเดินขากะเผลก กล้ามเนื้อแขนขาลีบจนถึ���ปลายมือและขา ทั้งสองข้าง กระดูกสันหลังคด ได้รับการผ่าตัดดามเหล็กที่กระดูกสันหลังไว้เพื่อให้ไหล่สองข้างเท่ากัน นายศิริมิตร บุญมูล เห็นว่าการตัดสิทธิผู้สมัครเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องสภาพ ร่างกาย ปรากฏตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 44/2545 ที่มีประเด็นวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการอัยการ พ.ศ.2521 มาตรา 33(11) บัญญัติว่า “ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง อัยการผู้ช่วย ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้… (11) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบหรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการอัยการหรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงและ (12) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจํานวนไม่น้อยกว่าสามคนซึ่ง ก.อ. จะได้กําหนด ได้ตรวจ ร่างกายและจิตใจแล้ว และ ก.อ. ได้พิจารณารายงานของแพทย์ เห็นว่าสมควรรับสมัครได้…” ขัดหรือ แย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 หรือไม่

Выберите целевой абзац3