51 ทุกคน ซึ่งจะเป็นสิทธิที่มีมาตั้งแต่เกิดที่ทุกคนจะต้องเสมอภาคเท่าเทียมกัน และห้ามมิให้มีการเลือกปฏิบัติ เพราะจะนําไปสู่ความไม่เสมอภาคแก่บุคคลที่เ รียกว่าการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม แต่การห้ามเลือกปฏิบัตินี้ มิได้เป็นการห้ามอย่างเด็ดขาด การเลือกปฏิบัตินั้นจะมีขึ้นได้ก็เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาค เพื่อให้บุคคลนั้นใช้สิทธิได้เท่าเทียมกับบุคคลอื่น ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรม ตามมาตรา 30 วรรคสี่ (คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 21/2546) ศาลรั ฐธรรมนูญได้ใช้ห ลักข้อเท็จจริงเดียวกันต้องปฏิบัติด้ว ยกฎเกณฑ์เดียวกัน จึงจะเสมอภาค และข้อเท็จจริงต่างกันต้องปฏิบัติด้วยกฎเกณฑ์ต่างกันจึงจะเสมอภาค ถ้าหากกฎหมายบังคับ ต่อบุคคลแตกต่างกัน เพราะบุคคลที่กฎหมายมุ่งหมายจะบังคับนั้นแตกต่าง การกระทําเช่นนั้นย่อมเสมอภาค ถูกอ้างถึงครั้งแรกในคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2542 ดังกล่าวมาแล้ว หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในคดีนี้ ได้มีอีกหลายคดีที่ศาลได้วินิจฉัยไปในแนวทางเดียวกัน ดังเช่น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 45 วรรคสี่ คําวินิจฉัยที่ 84/2547 การที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครองฯ บัญญัติในเรื่องค่าธรรมเนียมศาลแตกต่างไปจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยไม่ได้ บัญญัติในเรื่องการดําเนินคดีอนาถาเอาไว้ ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เนื่องมาจากความแตกต่าง ด้านฐานะทางเศรษฐกิจดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง เพราะบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับโดยทั่วไป ผู้ที่นําคดี มาสู่ศาลจะได้รับการปฏิบัติอย่างเดียวกัน ไม่ได้เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่าง เรื่องฐานะทางเศรษฐกิจ และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ. ... (คําวินิจฉัยที่ 37/2542) “...เมื่อพิจารณากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนแล้ว กฎหมายดังกล่าวมีหลักการคล้ายคลึงกันโดยใช้บังคับแก่ ลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งไม่ใช้บังคับแก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนของคํานิยามว่า“ลูกจ้าง” มีความหมายในทํานองเดียวกันว่าหมายถึงบุคคลซึ่งทํางานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ส่วนคํานิยามว่า “ค่าจ้าง” หมายความว่าเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนในการทํางาน ข้อเท็จจริงตามร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ. ... ให้สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล (มาตรา 39 วรรคหนึ่ง) พนักงานและลูกจ้างของสํานักงานฯ ได้รับ อัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่นตามที่ระเบียบหรือประกาศที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลกําหนด (มาตรา 41 (2)) สํานักงานฯ ต้องเสนองบประมาณรายจ่ายต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนของสํานักงานฯ ไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ��ายจ่ายประจําปี (มาตรา 48) นอกจากนี้พนักงานและลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับ การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่น (มาตรา 41 (6)) ตามนัยที่กล่าวแม้พนักงานและลูกจ้างของสํานักงานฯ ไม่มีฐานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมาย ว่าด้วยเงินทดแทน แต่ยังคงมีหลักประกันตามที่กําหนดไว้ในร่างฯ โดยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในฐานะ ที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ และการที่ไม่นํากฎหมายเกี่ยวกับแรงงานมาใช้บังคับจะเป็น การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามที่มาตรา 30 วรรคสามของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หรือไม่นั้น เห็นว่าเมื่อ พิจารณาความในมาตรา 30 วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญประกอบแล้ว ความในมาตราดังกล่าวเป็นหลักคุ้มครอง

Выберите целевой абзац3