59
อานาจในการจัดการ การปรับตัว และกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่แห่งใดแห่งหนึ่ ง เพื่อตอบสนองความต้อ งการ
ของคนในท้องถิ่น37
การศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับชุมชนข้างต้น จึงทาให้เห็นถึงนิยามและลักษณะของชุ มชนได้อย่า งลึกซึ้ ง ซึ่ง
มีความแตกต่างจากคาว่า “กลุ่มผลประโยชน์” “กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย” “กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ” ซึ่งมักเรียกร้ อ ง
สิทธิบนฐาน “สิทธิชุมชน” โดยอ้างว่าตนเองเป็น “ชุมชน” อันทาให้ความเข้าใจคาว่า “ชุมชน” ผิดเพี้ยนไป จึง
มีความจาเป็นต้ องทาความเข้าใจความหมายของคาเหล่านี้ ให้ ชัด เจน ดังจะอธิบายความหมายในเบื้อ งต้ น ได้
ดังนี้38
“กลุ่มผู้มีส่วนได้ เสีย ” (Stakeholder) หมายถึง บุคคล องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่มี “ส่วนได้
ส่วนเสีย” ในประเด็นหรือเรื่องนั้น ๆ และเป็นไปได้ที่จะกาหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในลักษณะที่เป็นวงกว้าง เช่น
กรณีเรื่องของความยั่งยืน ก็ถือว่าทุกคนบนโลกนั้นเป็น ผู้มีส่วนได้เสีย แต่การกาหนดความ “มีส่วนได้เสีย” ของ
คนแต่ละกลุ่มจะทาให้ แต่ ล ะกลุ่ มนั้น มี ความสาคัญ มากน้ อยต่ างกัน ที่จะทาให้เกิดโอกาสในการเจรจาต่ อ ร อง
(negotiation) แต่ไม่ใช่การปรึกษาหารือ (deliberation)
“กลุ่มผลประโยชน์” (Interest group) หมายถึง กลุ่มประชากรที่มีการรวมตัวกันโดยการจัดตั้ ง ของ
บุ ค คลหรื อ สถาบั นลั ก ษณะการเป็ นองค์ ก รที่ เ ป็ นทางการโดยมี พัน ธกิ จ และวั ต ถุ ป ระสงค์ ที่ ชัด เจน ในทาง
รั ฐ ศาสตร์ ห รื อ ทางการเมื อ ง กลุ่ มผลประโยชน์ใ นทางรัฐ ศาสตร์ห รือ ทางการเมื อ งจึง มี ลั ก ษณะหวัง ผลทาง
การเมื อ งเป็ น ส าคั ญ แม้ ไ ม่ ต้ อ งการเป็ น รัฐ บาล แต่ ต้ อ งการเรี ยกร้ อ งให้ รั ฐ บาลและ/หรือ พรรคมี นโยบาย
สอดคล้ อ งกั บ ความต้ อ งการของกลุ่ ม เพื่ อ การรัก ษาผลประโยชน์ ข องตนเอง หรื อ รัก ษา ผลประโยชน์ของ
ส่วนรวม เช่น กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่ง แวดล้ อ ม กลุ่มต่อต้านทุจริ ตคอร์รั ปชั น สหภาพแรงงาน เป็นต้ น
ทั้งนี้ กลุ่มผลประโยชน์มีความแตกต่างจากชุ มชน เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มผลประโยชน์ต้องการการเรียกร้ อ งใน
ผลประโยชน์ ในขณะที่สมาชิกในชุ มชนไม่จาเป็น ต้อ งเห็ นด้ วยกั บสมาชิ กอื่น ๆ ในชุมชนแต่อย่างใด โดยบุค คล
สามารถอาศัยอยู่ในชุมชนและพยายามเปลี่ยนเป้า หมายและค่านิย มที่มีอยู่ใ นชุ มชนนั้นได้ ในทางตรงกัน ข้ า ม
หากเราไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายหลักของกลุ่มผลประโยชน์ บุคคลนั้นจะไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่ มผลประโยชน์
นี้เลย
2.2 ฐานคิด
การศึกษาเรื่องสิทธิชุ มชน อยู่บนพื้นฐานความคิด แบบชุมชนนิย ม (Communitarianism) ซึ่งหากจะ
กล่าวถึงคาว่า "ชุมชน" แล้ว พบว่ามักจะผสมผสานความหมายของชุมชนในสองรู ปแบบไว้ด้ วยกั น รูปแบบที่
หนึ่ ง คื อ การกล่ า วถึ ง ความสั มพั น ธ์ ที่ มี อ ยู่ จ ริ ง ร ะหว่ า งกลุ่ มคน ที่ อ าศั ย อยู่ ใ นพื้ น ที่ บริ เ วณเดี ย วกั น ซึ่ ง มี
37
จาก แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับครอบครัวและชุมชน (ชุดวิชาการศึกษาชีวิตและครอบครัวชุมชน) (น. 1-13 ถึง น. 1-14), โดย
จิตตินันท์ เดชะคุปต์ และณัฐชนา พวงทอง, นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
38
จาก กลุ่มผลประโยชน์ (Interest group) ทางการเมือง, โดย ชาญชัย คุ้มปัญญา, 2561 , สืบค้นจาก: http://www.chanchai
worldvision.com/ดูบทความ-50857-กลุ่มผลประโยชน์-interest-group-ทางการเมือง.html, กลุ่มผลประโยชน์ พรรคการเมือง และการ
เลือกตั้ง, โดย บูฆอรี ยีหมะ, 2561, สืบค้นจาก: http://oservice.skru.ac.th/ebookft/630/chapter_9.pdf และ stakeholders, publics,
interest groups?, Levine P., citizens, 2018, Retrieved from: http://peterlevine.ws/?p=12903