ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
๓.๔.๓ ความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia
National Human Rights Institutions Forum - SEANF) เริ่มขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๗ โดย กสม. ของไทยได้เป็นสมาชิกมาตั้งแต่
แรกจัดตั้ง และเมื่อปี ๒๕๕๕ ประธาน กสม. ของไทยได้ท�ำหน้าที่เป็นประธาน SEANF ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนกันท�ำหน้าที่ดังกล่าว
สถาบันละ ๑ ปี ในช่วงการด�ำรงต�ำแหน่งประธาน SEANF นั้น กสม. ผลงานที่ส�ำคัญ ได้แก่ การรับ กสม. เมียนมา เข้าเป็น
สมาชิกล�ำดับที่ ๖ ของ SEANF รวมทั้งการปรับปรุงกรอบการด�ำเนินงาน (Rules of Procedure) ของ SEANF นอกจากนี้
SEANF ยังได้เพิ่มหลักเกณฑ์ ในการรับสมาชิกใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่ชัดเจนในการด�ำเนินงานให้สอดคล้อง
กับหลักการปารีส และเพื่อเป็นแนวทางที่เปิดกว้างส�ำหรับการรับสมาชิกใหม่เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ปัจจุบัน
SEANF มีสมาชิกซึ่งเป็นสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๖ สถาบัน คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และ
ติมอร์เลสเต้ โดย กสม. ได้ให้ความส�ำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในกรอบ SEANF เนือ่ งจาก
ตระหนักว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นช่องทางในการเรียนรู้ประสบการณ์การท�ำงานระหว่างกัน รวมทั้งการสร้างเครือข่าย
ความร่วมมือให้มคี วามเข้มแข็ง เพือ่ แก้ไขปัญหาทีอ่ ยูใ่ นความสนใจหรือมีผลกระทบร่วมกัน อันจะท�ำให้การส่งเสริมและคุม้ ครอง
สิทธิมนุษยชนในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบผลส�ำเร็จมากยิง่ ขึน้ และได้เข้าร่วมในกิจกรรมทีส่ ำ� คัญของ SEANF ดังนี้
๑) การประชุม Technical Working Group ครั้งที่ ๑ ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum SEANF) ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๘ มกราคม ๒๕๕๙ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา
เป็นการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยในการประชุมครั้งนี้ มี ๕ ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ และไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวน
การด�ำเนินงานของประเทศสมาชิก และการเตรียมการส�ำหรับการประชุมประจ�ำปี ซึ่งจะจัดขึ้นในราวเดือนกันยายน ๒๕๕๙
โดย กสม. ของเมียนมา ในฐานะประธาน SEANF ในช่วงปี ๒๕๕๙ ประเด็นที่ประชุมได้หารือกัน ได้แก่ การจัดตั้งส�ำนักงาน
เลขาธิการของ SEANF ซึ่ง กสม. อินโดนีเซียรับผิดชอบในการด�ำเนินงาน โดยจะต้องหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับการ
จดทะเบียน การจัดท�ำโครงสร้างการบริหารงาน การจัดหาเงินทุนสนับสนุน และบทบาทการท�ำหน้าที่ตลอดจนงบประมาณ
และบุคลากรของส�ำนักงานต่อไป นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ของ SEANF ระหว่างปี
่
๒๕๖๐-๒๕๖๕ บทบาทของ SEANF ในการอนุวัติการเป้าหมายว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สิทธิมนุษยชนของ บทที
๓
ผู้สูงอายุ การท�ำงานร่วมกันระหว่าง SEANF กับกลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียน และการติดตามการด�ำเนินงานของรัฐบาล
ในการให้สัตยาบันอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ
ที่จะจัดการประชุม Technical Working Group ของ SEANF ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑ - ๓ มิถุนายน ๒๕๕๙ ที่เมืองย่างกุ้ง
และการประชุมประจ�ำปี ครั้งที่ ๑๓ ของ SEANF ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา
๒) การประชุม Technical Working Group ครั้งที่ ๒ ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum –
SEANF) ระหว่างวันที่ ๑ - ๓ มิถุนายน ๒๕๕๙ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๖
ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และติมอร์เลสเต้ โดยประเด็นซึ่งที่ประชุมได้ใช้เวลาในการ
หารือมากที่สุด ได้แก่ การจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ของ SEANF (SEANF Strategic Plan 2017 - 2022) ซึ่งจะเน้นการท�ำงาน
ร่วมกันระหว่างสมาชิก SEANF ในช่วงระยะเวลา ๕ ปีตอ่ จากนี้ โดยมีเป้าหมายทีส่ ำ� คัญคือ การสร้างความน่าเชือ่ ถือในบทบาท
และการท�ำหน้าทีข่ อง SEANF ทัง้ ในระดับภูมภิ าคและระดับสากล การสร้างเครือข่ายกับกลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ต่าง ๆ การรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นสิทธิมนุษยชน และการมีท่าทีร่วมกันเพื่อสนองตอบต่อสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนที่อยู่ในความสนใจ ในการนี้ ที่ประชุมได้จัดล�ำดับความส�ำคัญของประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชนที่จะเป็น
กิจกรรมร่วมกันต่อไป ได้แก่ ประเด็นเรื่องแรงงานย้ายถิ่นฐาน ผู้อพยพ การค้ามนุษย์ ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อมที่
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
75
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙