๑) ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธกี ารในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ๒) ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยผูช้ ำ� นาญการประจ�ำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ๓) ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการไกล่เกลี่ย พ.ศ. ๒๕๕๙ นอกจากนี้ ได้มีการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพือ่ ประกอบการพิจารณาในการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อไป ๓.๓.๒ การดำ�เนินคดีอาญา ในปี ๒๕๕๙ บริษทั ทุง่ ค�ำ จ�ำกัด ได้เป็นโจทก์ฟอ้ งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ ๒ เป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัด แม่ฮอ่ งสอน ในความผิดฐานหมิน่ ประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ มูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนเี้ กิด จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แถลง ๖ ปี ผลการด�ำเนินงานของ กสม. ชุดที่ ๒ เมือ่ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ โดยศาลชัน้ ต้นได้มคี ำ� พิพากษาให้ยกฟ้อง ต่อมา โจทก์ได้ยนื่ อุทธรณ์ตอ่ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ให้ศาลรับค�ำฟ้องของโจทก์ไว้พจิ ารณา และนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป โดยส�ำนักงาน กสม. ได้จดั ท�ำค�ำแก้อทุ ธรณ์และเอกสารพยานหลักฐานทีเ่ กีย่ วข้อง จากนัน้ ได้ประสาน ส�ำนักงานอัยการสูงสุดเพือ่ ขอความอนุเคราะห์มอบหมายให้พนักงานอัยการด�ำเนินการแก้ตา่ งคดีดงั กล่าวแทนจ�ำเลยจนกว่าคดี จะถึงทีส่ ดุ ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙ ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้พิพากษาว่า ข้อความที่จ�ำเลยแถลงและเผยแพร่ ถึงผลการด�ำเนินงานของจ�ำเลยในฐานะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในกรณีมีปัญหาข้อโต้แย้งกันระหว่างชาวบ้าน กับโจทก์ ซึง่ ได้ประทานบัตรท�ำเหมืองแร่ทองค�ำจนเหตุการณ์บานปลายไปสูก่ ารใช้กำ� ลังท�ำร้ายชาวบ้าน อันเป็นการแถลงและเผยแพร่ ผลการด�ำเนินงานในส่วนทีเ่ กีย่ วกับสภาพปัญหาทีเ่ กิดขึน้ ซึง่ เป็นการแถลงและเผยแพร่ไปตามเหตุการณ์ทเี่ กิดขึน้ จริง มิได้มขี อ้ ความใดบ่งชี้ หรือท�ำให้บคุ คลทัว่ ไปเข้าใจไปได้วา่ โจทก์มสี ว่ นเกีย่ วข้องในการท�ำร้ายชาวบ้านนัน้ ด้วย ดังนัน้ ข้อความดังกล่าวจึงไม่มลี กั ษณะเป็นการ ใส่ความโจทก์โดยประการทีน่ า่ จะท�ำให้โจทก์เสียชือ่ เสียง ถูกดูหมิน่ หรือถูกเกลียดชัง อันจะเข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิน่ ประมาทตามทีโ่ จทก์ฟอ้ ง ศาลชัน้ ต้นพิพากษายกฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องก่อนนัน้ จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟงั ไม่ขนึ้ พิพากษายืน คดีถงึ ทีส่ ดุ ในชัน้ อุทธรณ์ไม่มฎี กี า ๓.๔ งานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน กสม. ได้ให้ความส�ำคัญในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบตั ติ ามหลักสิทธิมนุษยชนโดยก�ำหนดเป็นเป้าประสงค์หนึง่ ของทิศทางการด�ำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ กสม. พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๙ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึง และได้รับ การส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิ และเน้นกระบวนการด�ำเนินงานเชิงรุกด้านการป้องกัน เพื่อน�ำไปสู่การลดปัญหาการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยในปี ๒๕๕๙ กสม. ได้ด�ำเนินการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ความรู้ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งอง��์กรภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรเครือข่าย และองค์กรชุมชน โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ ๓.๔.๑ การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักในการเคารพสิทธิมนุษยชน ๑) การจัดโครงการเสริมสร้างความรูส้ ทิ ธิมนุษยชนในกระบวนการยุตธิ รรม ในพืน้ ทีต่ ำ� รวจภูธร ภาค ๑ เมือ่ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรมวรบุรี อโยธยาคอนเวชัน่ รีสอร์ท อ�ำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผเู้ ข้าร่วม โครงการจ�ำนวน ๑๗๗ คน และในพื้นที่ต�ำรวจภูธร ภาค ๓ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๙ ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ โฮเทล รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 46 ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙

Select target paragraph3