1) การคุ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน (Protect) โดยรั ฐ มี ห น้ า ที่ ใ นการคุ้ ม ครองไม่ ใ ห้ มี ก ารละเมิ ด
สิทธิมนุษยชนจากองค์กรของรัฐหรือบุคคลทีส่ าม ซึ่งหมายรวมถึงองค์กรภาคธุรกิจด้วย
2) การเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect) องค์กรและบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรภาคธุรกิ จ มี
หน้าที่ในการเคารพสิทธิมนุษยชน
3) การเยียวยา (Remedy) เมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิด ขึ้น รัฐจะต้องจัดให้มีการเยียวยาที่
เหมาะสม รวมทั้งเรียกร้องให้องค์กรภาคธุรกิจควรจัดให้ มีช่องทางในการร้องเรียนและเยียวยา
เมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นด้วย ไม่ว่าโดยกิจการนั้นเอง หรือการรวมกลุ่มองค์กรภาค
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่ได้รวมกันเป็นสมาคมธุรกิจ นอกจากจะเป็นมาตรฐานสากลในการคุ้มครองสิทธิ
มนุษยชนแล้ ว ยังเป็นการชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง ในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันจะเกิดจากการ
ป ระ ก อ บ ธุ รกิ จ (United Nations Human Rights Office of the High Commissioner,
2011)
หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนได้นำเสนอหลักการและวิธีการสำหรับบริษัทให้สามารถ
นำไปใช้ เพื่ อ ให้ รั บ ผิ ด ชอบทางสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนได้ เพื่ อ ให้ ธุ ร กิ จ มี แ นวทางที่ ชั ด เจนในการรั บ ผิ ด ชอบทาง
สิทธิมนุ ษยชน เนื้ อหาของหลักปฏิบั ตินี้ จำแนกออกเป็น 3 ส่วน สำหรับภาครัฐ ภาคเอกชน และกลไกการ
เยียวยา
สำหรับกลไกการบังคับใช้ เนื่องจากหลักการชี้แนะนี้ใช้เป็นกรอบแนวคิดสำหรับองค์กรต่าง ๆ เพื่อ
จัดการความเสี่ ยงจากผลกระทบด้ านสิทธิมนุษยชน และนำเสนอบรรทัดฐานสำหรับผู้มีส่ว นได้ เสียในการ
ประเมินการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของภาคเอกชน (United Nations Human Rights Office of the High
Commission, 2012) โดยสมัครใจเท่านั้น จึงมิได้กำหนดกลไกบังคับในการปฏิบัติที่ชัดเจนแต่อย่างใด
อาจกล่าวได้ว่า หลักการชี้แนะนี้เปิดโอกาสให้บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยพิจารณา
ถึงผลกระทบขององค์กรต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า
1) ไม่ ได้ ร ะบุ อ ย่ า งเฉพาะเจาะจงว่ า บริ ษั ท ต้ อ งปฏิ บั ติ อ ย่ า งไรเพื่ อ แสดงความรั บ ผิ ด ชอบด้ า น
สิทธิมนุษยชน เพียงแต่นำเสนอมาตรฐานที่ให้บริษัทนำไปปรับใช้เท่านั้น
2) ไม่รวมการกำกับดูแลอื่น ๆ เช่น แนวปฏิบัติขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International
Labour Organization หรือ ILO) รวมทั้งการดำเนินการภายใต้กฎหมายของแต่ละประเทศเข้า
มา ทำให้บริษัทไม่สามารถนำหลักปฏิบัติชุดนี้ไปประยุกต์ใช้โดยลำพังอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะ
อย่ างยิ่ ง หากมีกลไกการกำกับดูแลที่ชัดเจนและกว้างขวางกว่า การอ้างว่าตนเองปฏิ บัติตาม
หลักการนี้ ไม่สามารถปกป้องบริษัทจากการฟ้ องร้องทางกฎหมาย หรือการวิพากษ์วิจารณ์ของ
สาธารณะได้
14