แม้ขบวนการทางสังคมรูปแบบใหม่ดูเหมือนจะเป็นความนิยมในการขับเคลื่อนประเด็น
ทางสังคมหรือสิทธิทางชุมชนอย่างกว้างขวาง กระนั้นการต่อรองทางการเมืองผ่านการยึดหรือ
ช่วงชิงพื้นที่ทางกายภาพก็ยังเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็น แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการเคลื่อนไหว
นั้นคือการใช้ความรุนแรง ในกรณีของการปกปูองสิทธิทางชุมชนเรื่ องที่ดินทํากิน ในรายงาน
พิเศษของอุเชนทร์ เชียงแสน (2546, น. 36-46) ได้กล่าวถึงกรณีเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคน
จนในภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2546 โดยจุดเริ่มต้นมาจากสภาพปัญหา
วิกฤติปุาไม้ที่มีจํานวนลดลง จากข้อมูลกรมปุาไม้ เกี่ยวกับพื้นที่ปุาไม้ในภาคใต้ปี พุทธศักราช
2536 เหลืออยู่ประมาณแปดล้านไร่ จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2541 จํานวนพื้นที่ปุาไม้ลดลง
อีกสี่แสนกว่าไร่ การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยวได้สร้างปัญหา และมาตรการทาง
กฎหมายไม่สามารถดําเนินมาตรการเพียงแต่ลําพังได้ จึงนําไปสู่ข้อเสนอสําคัญของกลุ่มเพื่อการ
มีส่วนร่วมระหว่างรัฐกับประชาชน ได้แก่ ดําเนินการให้ยกเลิกสัญญาเช่าของนายทุนที่มีพื้นที่
ตั้งแต่ 200 ไร่ขึ้นไป โดยเริ่มในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ เป็นจังหวัด
นําร่อง ภายหลังจากยกเลิกสัญญาเช่าให้รัฐนําที่ดินดังกล่าวจัดสรรแก่เกษตรกรที่ขาดที่ดินทํากิน
หรือมีที่ดินทํากินไม่เพียงพอ ซึ่งได้ ลงชื่อไว้กับเครือข่ายองค์กร โดยให้กระบวนการดังกล่าว
เป็ น ไปอย่ างมี ส่ วนร่ว มทั้ ง ภาครัฐ และประชาชน ตลอดจนแก้ ไ ขปัญ หาเรื่ อ งสมั ช ชาคนจน
กรณีปัญหาเขตปุาอนุรักษ์ (อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปุา ปุาสงวน) พื้นที่ส่วนปุา พื้นที่
ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทับซ้อนที่ทํากินของราษฎร พื้นที่ทับซ้อนระหว่างสหกรณ์พนมกับ สํานักงาน
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายปุาชุมชนภาคใต้ซึ่งเคย
ยืน่ ต่อรัฐบาลไปแล้วอย่างเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน เครือข่าย ฯ ได้มีการเคลื่อนไหวในการตรวจสอบที่ดิน ภายหลังจากที่มี
การทําข้อตกลงร่วมกับตัวแทนรัฐบาลที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์
2546 ว่าจะมีการยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ของนายทุนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ขึ้นไปในพื้นที่นําร่อง
เสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คาดว่าใช้เวลา 45–60 วั น
จนกระทั่งในวันที่ 9 พฤษภาคม 2546 เครือข่าย ฯ ได้เข้าสํารวจพื้นที่ พบว่ารัฐบาลไม่มีความ
คืบหน้าในการแก้ปัญหา ซึ่งไม่ได้เกินไปจากความคาดหมายของกลุ่มเครือข่า ยฯ เนื่องจาก
ปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มผลประโยชน์ 3 กลุ่ม ได้แก่
นายทุน ข้าราชการ และนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งการเข้าตรวจสอบที่ดินโดยกลุ่มเครือข่าย ฯ
ดําเนินไปจนกระทั่งวันที่ 26 สิงหาคม 2546 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว อีกทั้งมี
18