กะเหรี่ยงเปลี่ยนแปลงไปมหาศาล ดังกรณีบ้านแม่ขี้มูก รวมถึงประสบการณ์การเคลื่อนไหวเรียกร้อง การแก้ไขปัญหาและความเป็นธรรมของทุกชุมชน ที่ยังคงดาเนินอยู่มาถึงยุคปัจจุบันในลักษณะที่แตกต่าง กันตามแต่ละช่วงสถานการณ์ ลั กษณะการเปลี่ ย นแปลงในระบบไร่ห มุนเวียนของทั้งสี่ ชุมชนกรณีศึกษามีลั กษณะต่า งกั น ออกไปตามระดับความเข้มข้นของเงื่อนไขที่เข้ามาสัมพันธ์ ซึ่งส่งผลต่อลักษณะการปรับตัวของแต่ล ะ ชุมชน กรณีบ้านห้วยหินลาด บ้านกลางและบ้านแม่อมกิ การทาไร่หมุนเวียนยังเป็นวิถีหลักที่สาคัญมี ความใกล้เคียงกับในอดีตและยังพยายามยังรักษาระบบรอบและการพักฟื้นแปลงให้ได้ระยะยาวที่สุด แม้ จะถูกกดดันจากนโยบายการจัดการทรัพยากรของรัฐและพยายามปรับตัวเพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิ การอยู่อาศัย การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ กระบวนการสร้างกลไก เครื่องมือด้านการบริหารจัดการที่ดินและ ทรั พยากรธรรมชาติ ของแต่ล ะชุ มชนและการเข้ าร่ว มกับ เครื อ ข่า ยภายนอกชุ มชนเพื่ อ ผลั กดั น การ เปลี่ยนแปลงระดับนโยบายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สาคัญในการสร้างความชอบธรรมแก่ชุมชน ในประเด็นสาคัญนั้น ได้ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์สาคัญหลายประการที่กาลังส่งผลกระทบด้านลบ ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่นและมีแนวโน้มจะขยายความรุนแรงในอนาคตหากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา อย่างจริงจังและถูกทาง ได้แก่ การลดลงของพื้นที่แปลงไร่หมุนเวียนและการเปลี่ยนแปลงไปสู่เกษตร เชิงเดี่ยวจะส่งผลให้พื้นที่สีเขียนและความหลากหลายทางชีวภาพลดลงจนระบบนิเวศเสียสมดุล เมื่อเป็น ไร่ถาวรมากขึ้น ดังตัวอย่างแปลงไร่ข้าวโพดที่กลายเป็นลักษณะดอยโล่งเตียนมีเพียงต้นหญ้า เผชิญกับ การเสื่อมสภาพของดิน ดินเสพติดปุ๋ยและสารเคมี หากไม่ใส่ปุ๋ยพืช ที่ปลู กจะไม่ได้ผล ทาให้เกิดส าร ตกค้างในดิน ปนเปื้อนสู่น้าในลาห้วยและยังเกิดปัญหาการตกตะกอนของดินในลาห้วย หน้าดินไหล พังทลาย ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการไหลของน้า พันธุ์พืชท้องถิ่นที่เคยปลูกในไร่หมุนเวียน เริ่มลดลงและหลายชนิดจะต้องสูญหายไปเนื่องจากพืชบางชนิดไม่สามารถปลูกได้ในพื้นที่ ถาวรได้ เช่น ห่อวอ แตงกวา พืชตระกูลถั่ว เห็ดหลายชนิดที่เกิดขึ้นจากต่อไม้ รวมถึงกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ที่เคยสามารถทาควบคู่กันได้ในบริเวณแปลงไร่หมุนเวียน เสี่ยงต่อการกินหญ้าหรือพืชที่ปนเปื้อนสารเคมี และการพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ตัวอย่างเช่นเมื่อไม่สามารถเลี้ยงวัวในไร่ข้าวโพดได้ จึงจาเป็นต้องหาพื้นที่ใหม่ ซึ่ง มักจะขยับขยายลึกเข้าไปตามแนวชายป่า นอกจากนั้น ยังต้องเผิชญกับปัญหาหนี้สิน ดังกรณีการปลูก ข้าวโพดมีความเสี่ยงด้านราคา ต้นทุนการผลิตและวงจรการกู้ยืมเงินจากแหล่งทุน จนไม่สามารถจ่ายหนี้ ได้ในรอบระยะสั้นได้ สถานการณ์การ “ลดรอบหมุน” และ “ลดพื้นที่แปลงไร่หมุนเวียน” เป็นประเด็นสาคัญจากการ เผชิญข้อจากัดด้านการใช้พื้นที่ เห็นได้ชัดเจนในพื้นที่กรณีศึกษา ที่ต้องปรับตัวด้วยการลดรอบหมุนเวียน ลงเท่ า ที่ จ ะท าให้ ร ะบบไร่ ห มุ น เวี ย นยั ง คงด าเนิ น ต่ อ ไปได้ หรื อ เท่ า ที่ เ งื่ อ นไขของพื้ น ที่ จ ะสามารถ เอื้ออานวย และดูเหมือนว่าการจัดการพื้นที่ทาไร่หมุนเวียนในลักษณะผืนใหญ่รวมกัน ซึ่งชุมชนสามารถ เข้าไปจัดการรอบหมุนเวียนได้ขณะที่การทาไร่ลักษณะแปลงกระจาย การตัดสินใจเลือกพื้นที่ไร่ซาก ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของครอบครัวด้วย ตัวอย่างกรณีชุมชนห้วยหิน ลาดที่ส่วนใหญ่ได้ลดรอบหมุนเวียนลง เหลือเพียง ๗-๘ ปี จากเดิมที่มีรอบหมุนถึง ๑๕-๒๐ ปี รอบหมุนและพักที่สั้นลงกาลังส่งผลกระทบอย่าง สาคัญในหลายประการจากระยะการพักฟื้นของดินที่ไม่เพียงพอ ดินจึงขาดความอุดมสมบูรณ์และเกิด หญ้าขึ้น จ านวนมาก ผลผลิ ตข้าวที่ได้ล ดลง พืช ผั กไม่ งอกงามและความมั่นคงทางอาหารและความ หลากหลายของพันธุ์ข้าวและพืชผักลดลงและยังเกิดโรคระบาดในข้าวมากขึ้นและสิ่งที่คนในชุมชนที่ กาลังมีการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตไปสู่แบบอื่นได้สะท้อนข้อกังวลในขณะนี้ คือ การใช้สารเคมีในการฆ่า ๗๑

Select target paragraph3