บทที่ ๕
สรุปผลกำรศึกษำและข้อเสนอแนะ
๕.๑ สรุปผลกำรศึกษำ
นโยบายรั ฐ ที่ยั งไม่เปลี่ ย นทิศทางและกฎหมายที่ ไม่เป็นธรรมและขัดแย้ งกับวิ ถีชีวิตยั ง เป็ น
เงื่ อ นไขใหญ่ แ ละเป็ น ข้ อ จ ากั ด ด้ า นการท ามาหากิ น และวิ ถี ชี วิ ต ความเป็ น อยู่ ที่ ส่ ง ผลให้ เ กิ ด การ
เปลี่ยนแปลงต่อภายในชุมชนกะเหรี่ยงเอง กลายเป็นปัญห���ที่กระทบต่อชาวกะเหรี่ยงในรูปแบบต่างๆ
โดยเฉพาะวิถีการผลิตอาหาร ที่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้เช่นในอดีต ข้อจากัดที่เกิดจากขนาดพื้นที่
ทามาหากิน สิทธิการใช้ประโยชน์จากป่าเพื่อยังชีพและขนาดของพื้นที่ป่าที่จากัดลงเมื่อเทียบกับอดีต
ผนวกกับการใช้ทรัพยากรในรูปแบบดั่งเดิมและความต้องการใช้จากคนในที่เพิ่มขึ้นและคนนอกที่มากขึ้น
แม้ชุมชนกะเหรี่ยงจะได้รับผลกระทบ แรงกดดัน การกีดกันรอบด้านทั้งนโยบายและกฎหมายระเบียบ
ราชการและกระแสสังคมที่ยังไม่ยอมรับวัฒนธรรมการดารงชีวิตของคนกะเหรี่ยงหรือปาเกอญอ
ดังกรณีชุมชนบ้านแม่อมกิ จะเห็นได้จากคาพิพากษาที่สามารถตีความได้ว่า ศาลยอมรับในวิถี
ชุมชนและเจตนาของจาเลยทั้งสอง แต่ยังคงให้จาเลยทั้งสองออกจากพื้นที่ดั้งเดิมของพวกเขา แม้ผลของ
คดีจะเป็นเฉพาะตัวบุคคลแต่ในความเป็นจริง ได้สะท้อนประเด็นของชุมชนกะเหรี่ยงทั้งหมดในประเทศ
ไทยรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ยังคงมีวัฒนธรรมเฉพาะ ที่ยังต้องตกอยู่ในสภาวะเสี่ยง สภาวะล่อแหลมใน
ด้านสิทธิและความมั่นคงในการดารงชีวิตต่อไป ดังกรณีตัวอย่างจากนโยบายของคณะกรรมการนโยบาย
ที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ภายใต้การดาเนินงานของรัฐบาลปัจจุบัน ยังปรากฎแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อ
สิทธิการใช้ที่ดินของชุมชนกะเหรี่ยงอีกละรอก ดั งกรณีตัวอย่างของชุมชนห้วยหินลาดที่ รู้สึกสับสนและ
เป็นกังวลเกี่ยวกับการดาเนินการดังกล่าวที่ซ้าซ้อนและกระทบกับการดาเนินการแก้ไขปัญหาที่ดิน ใน
รูปแบบโฉนดชุมชนเดิม ซึ่งสถานการณ์ด้านนโยบายดังกล่าว เป็นสัญญาณเตือนต่อชุมชนกะเหรี่ยงและ
เครื อข่ายชุมชนกะเหรี่ ย งจึ งมี ความพยายามเคลื่ อนไหวรณรงค์เ พื่ อผลั ก ดันการรับรองสิ ทธิข องคน
กะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มชุมชนกะเหรี่ยงที่ยังคงยึดวิถีไร่หมุนเวียนเป็นหลัก อาทิการจัด
กิจ กรรมส าคัญในการผลั กดัน สิ ทธิและการคุ้มครองวัฒ นธรรมกะเหรี่ยง ณ ชุมชนบ้านกลาง เมื่อปี
๒๕๖๐ ภายใต้กิจกรรม “๓ ทศวรรษ สิทธิชุมชน: ชาติพันธุ์และชนเผ่ากับการจัดการทรัพยากรอย่าง
ยั่งยืน” โดยชุมชนบ้านกลางเป็นพื้นที่นาร่องตามมติคณะรัฐมนตรี ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ เรื่อง แนวนโยบาย
ในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงและเขตวัฒนธรรมพิเศษที่มีสิทธิในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ที่ดิน
ตลอดจนมีส่วนร่วมในการป้องกันภัยคุกคามต่อทรัพยากรในพื้นที่ กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นสัญลักษณะ
สาคัญในการพยายามต่อสู้เรืองสิทธิชุมชนกะเหรี่ยงและเป็นการสื่อสารปะเด็นดังกล่าวต่อหน่วยงานรัฐที่
เกีย่ วข้องและผู้คนในสังคม
จากกรณี ศึ ก ษาทั้ ง สี่ ชุ ม ชน เป็ น ตั ว แทนของชุ ม ชนกะเหรี่ ย งที่ ล้ ว นผ่ า นประวั ติ ศ าสตร์ ก าร
เปลี่ยนแปลงของชุมชนอันเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขต่างๆ ที่เข้ามาสัมพันธ์ ตั้งแต่ในยุคการอพยพโยกย้าย
บ้านเรือนและการตัง้ ถิ่นฐานจนถูกผนวกเข้ากับระบบราชการอย่างเป็นทางการ ยุคนโยบายการสัมปทาน
ป่ า ไม้ ข องรั ฐ ไทย การประกาศเขตป่ า ตามกฎหมายทั บ ซ้ อ นพื้ น ที่ ชุ ม ชน การด าเนิ น นโยบายด้ า น
ทรัพยากรธรรมชาติที่ได้ส่งผลกระทบเข้มข้นต่อชุมชนกะเหรี่ยงตั้งแต่อดีตจนถึงยุคปัจจุบัน นโยบายการ
พั ฒ นาบนพื้ น ที่ สู ง โดยเฉพาะอย่ างยิ่ งการส่ ง เสริ ม การเพาะปลู ก พื ช เศรษฐกิ จเชิงเดี่ ยวที่ ส ร้า งการ
เปลี่ยนแปลงมากกว่ามิติการใช้พื้นที่ของชุมชน แต่ได้ส่งผลให้วิธีคิดและวิถีการดารงชีวิตของชุมชน
๗๐