๔.๑.๔ บ้ำนขี้มูกน้อย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๓ ตาบลบ้านทับ อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิประเทศส่วนใหญาเป็นที่ราบ เชิงเขาสลับพื้นที่เนินเขา มีถนนลูกรังตัดผ่านเลาะเลียบไปตามไหล่เขา มีพื้นที่บางส่วนเป็นที่ตั้งบ้านเรือน เป็นชุมชนที่อยู่ ตอนกลางของพื้นที่ตาบลบ้านทับและเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีประวัติศาสตร์ชุมชนมา ยาวนาน เคยเป็นหย่อมบ้านของหมู่บ้านสองธาร ก่อนจะแยกตั้งเป็นหมู่บ้านทางการ วิถีชีวิตหลักในอดีต คือ การไร่หมุนเวียนที่มีรอบพักฟื้นระหว่าง ๗-๑๐ ปี ในสมัยนั้นถือว่าผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก ประวัติศาสตร์สาคัญของพื้นที่ในช่วงต้นทศวรรษที่ ๒๔๙๐ คือ การผลิตฝิ่นที่เริ่มแพร่หลายหลังสงคราม มหาเอเชียบูรพา ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจในชุมชนที่เริ่มสัมพันธ์กับนโยบายรัฐและ พ่อค้าฝิ่ น นายทุน บริ ษัททาไม้ มากขึ้น ต่อมาเมื่อรัฐ ประกาศให้ ฝิ่ นเป็นพืช เสพติดและผิ ด กฎหมาย ชาวบ้านจึงเลิกปลูก ต่อมารัฐเริ่มมีการควบคุมการใช้ประโยชน์ของชุมชนจากทรัพยากรธรรมชาติใน พื้นที่ลุ่มน้าแม่แจ่มมากขึ้น ด้วยกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติหลายระดับ แต่เดิมนั้นชาวบ้านแม่ขี้มูกน้อยมีการทาไร่หมุนเวียนทุกครอบครัวและมีการแบ่งพื้นที่เป็นไร่ ส่วนรวมของชุมชนหรือ “ไร่หน้าหมู่” มีวิถีการทามาหากินไม่ต่างกับชุมชนกะเหรี่ยงทั่วไปในภาคเหนือ จุดเปลี่ยนสาคัญเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ ๒๕๒๐ ถึงกลางทศวรรษที่ ๒๕๓๐ พื้นที่ลุ่มน้าแม่แจ่มได้ กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายของการพัฒนาโครงการพัฒนาของรัฐและองค์กรระหว่างประเทศ การส่งเสริม พืชเชิงเดี่ยว อาทิ ถั่ว หอมแดง จนถึงยุคของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงมหาศาลที่ไม่ เพีย งแต่ภูมิทัศน์ ทางกายภาพ แต่ร วมถึง วิธีคิด ที่ปรับสู่ การผลิ ตพืช เชิงเดี่ยวเพื่อขายในระบบตลาด สมั ย ใหม่ ม ากขึ้ น เริ่ ม เกิ ด การเปลี่ ย นแปลงในด้ า นการท ามาหากิ น การใช้ ปุ๋ ย สารเคมี และการ เปลี่ ย นแปลงของระบบนิ เวศน์ โ ดยรวมของอาเภอแม่แจ่ ม ไม่เว้น แม้ แต่ ห มู่ บ้านแม่ ขี้ มู กน้ อย ๒๓ การ ขยายตัว ของพืช เศรษฐกิจ เชิงเดี่ ย วส่ งผลให้ พื้นที่ไร่ห มุนเวียนบ้านแม่ขี้มูกน้อยทยอยลดหายไป จน ปัจจุบันพื้นที่ไร่หมุนเวียนแทบทั้งหมดได้กลายเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพด ปัจจุบันบ้านแม่ขี้มูกน้อย กาลังอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งสาคัญที่อีกครั้ง ภายใต้การ เข้าร่ ว มกับ ขบวนการเคลื่ อนไหวเพื่อสร้างพื้นที่รูปธรรม (เชิงต้นแบบ) ในการปัญหาด้านที่ดินและ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะในกรณีปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าจากการปลูกพืชเศร��ฐกิจเชิงเดี่ยวที่ได้ กลายเป็นประเด็นระดับชาติ ในนามของ “แม่แจ่มโมเดล” โดยมีกรอบแนวคิดที่สาคัญ คือ ธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม (Environmental Governance) ซึ่งจะต้องอาศัยกลไกที่สาคัญ ๓ ระดับ คือ ๑) ระดับปฏิบัติการ ที่ต้องเชื่อมโยงความร่วมมือจากภาคีในหลายฝ่ายทั้งองค์กรชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กานัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชา สังคม ภาควิชาการ รวมถึงภาคธุรกิจ ในการร่วมคิด วางแผน ออกแบบ ให้เกิดแนวทางในการแก้ไข ปัญหาการจัดการทรัพยากรในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์การขยายตัวของพืช เชิงเดี่ยว รวมถึงระบบสิทธิในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน “แม่แจ่มโมเดล” ได้เชื่อมโยงบนฐานพัฒนาการ ที่ต่อเนื่องของชุมชนในการจัดการทรัพยากร ที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพและการยอมรับถึงการมี ตัวตนของสิทธิชุมชน ที่ดารงอยู่บนหลักการของเจตจานงร่วมของประชาชน รวมถึงองค์กร หน่วยงาน ต่างๆ ในพื้นที่ ๒๓ โปรดดูเพิ่มเติมใน อานุภาพ นุ่นสง. ความเปลี่ยนแปลงในชนบทภาคเหนือ: ศึกษาการจัดการสมบัติชุมชนของชุมชนและหย่อมบ้าน อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๐๐ – ๒๕๕๐” วิทยานพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๖๑

Select target paragraph3