สอดคล้้องกัับแผนการปฏิิรููปประเทศด้้านกระบวนการ
ยุุติิธรรม138 เป็็นต้้น
3. การประเมิินสถานการณ์์
คณะกรรมการสิิทธิิมนุุษยชนแห่่งชาติิ
National Human Rights Commission of Thailand
พััฒนาการหรืือความก้้าวหน้้า ในปีี 2564
มีีความก้้าวหน้้าที่่�สำคััญเพื่่�อป้้องกัันและแก้้ไขปััญหา
การกระทำทรมานและการบัังคัับบุุคคลให้้สูญ
ู หาย ได้้แก่่
กรณีีสภาผู้้�แทนราษฎรมีีมติิรัับหลัักการร่่าง พ.ร.บ.
ป้้องกัันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ
ให้้ บุุ ค คลสูู ญ หาย พ.ศ. .... นอกจากนี้้� หน่่ ว ยงาน
ที่่�เกี่่ย� วข้้องยัังมีีการดำเนิินงานเพื่่อ� สร้้างความตระหนัักถึึง
ความสำคััญของการป้้องกัันการทรมานและการกระทำ
ให้้บุุคคลสููญหายแก่่เจ้้าหน้้าที่่�ผู้้�บัังคัับใช้้กฎหมาย และ
การประชาสััมพัันธ์์เผยแพร่่สาระสำคััญของอนุุสััญญา
CAT และอนุุสััญญา CPED อย่่างต่่อเนื่่�อง ซึ่่�งกฎหมาย
ดัั ง กล่่ า วหากมีี ผ ลใช้้ บัั ง คัั บ จะสามารถคุ้้�มครองสิิ ท ธิิ
และเสรีี ภ าพของประชาชนตามที่่� รัั ฐ ธรรมนูู ญ และ
สนธิิสััญญาระหว่่างประเทศให้้การรัับรอง
ปััญหาหรืืออุุปสรรค กสม. ยัังคงได้้รัับเรื่่�อง
ร้้องเรีียนเกี่่�ยวกัับการกล่่าวอ้้างว่่ามีีการกระทำทรมาน
โดยเจ้้าหน้้าที่่�รัฐั เป็็นระยะ ซึ่่ง� บางกรณีี กสม. ตรวจสอบแล้้ว
พบว่่ า มีี ก ารกระทำหรืือละเลยการกระทำอัั น เป็็ น
การละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชน จึึงเห็็นว่่าการอบรมให้้ความรู้้�
และสร้้างความตระหนัักถึึงความสำคััญของการป้้องกััน
การทรมานและการกระทำให้้บุคุ คลสููญหายแก่่เจ้้าหน้้าที่่�
อาจยัังไม่่ครอบคลุุมเพีียงพอและเจ้้าหน้้าที่่�ผู้้�ปฏิิบัติั งิ าน
บางส่่วนยังั ขาดความรู้้�ความเข้้าใจว่่าการกระทำทรมาน
เป็็ นสิ่่� ง ต้้ อ งห้้ า มไม่่ ว่่ า จะสถานการณ์์ ใ ด นอกจากนี้้�
ยัังพบว่่า กฎหมายและคำสั่่�งบางฉบัับที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับ
การจัั บ กุุ ม หรืือควบคุุ ม ตัั วผู้้�ต้้ อ งสงสัั ย มีี บ ทบัั ญ ญัั ติิ
ที่่� ใ ห้้ อ ำนาจพิิ เ ศษแก่่ เจ้้ า หน้้ า ที่่� ผู้้�บัั ง คัั บ ใช้้ ก ฎหมาย
ในการปฏิิบััติิงาน และอาจไม่่สอดคล้้องกัับหลัักการ
ของสนธิิ สััญ ญาระหว่่ า งประเทศด้้ า นสิิ ท ธิิ ม นุุษ ยชน
ซึ่่� ง สุ่่�มเสี่่� ย งจะก่่ อ ให้้ เ กิิ ด การปฏิิ บัั ติิ อัั น กระทบต่่ อ
สิิทธิิมนุุษยชนของผู้้�ถููกควบคุุมตััวหรืือผู้้�ต้้องหา เช่่น
การข่่มขู่่� การทำร้้ายร่่างกาย การกระทำทรมาน เพื่่อ� ให้้
รัับสารภาพหรืือต่่อรองผลประโยชน์์ เป็็นต้น้ ดัังเช่่นกรณีี
การกระทำของเจ้้าหน้้าที่่�ตำรวจชุุดเฉพาะกิิจปราบปราม
ยาเสพติิด สภ.เมืืองนครสวรรค์์ ที่่�อาจเกี่่�ยวข้้องกัับ
การใช้้อำนาจในการควบคุุมตััวผู้้�ต้้องสงสััยตาม พ.ร.บ.
ป้้ อ งกัั น และปราบปรามยาเสพติิ ด พ.ศ. 2519
โดยกฎหมายดัั ง กล่่ า วให้้ อ ำนาจในการควบคุุ ม ตัั ว
ผู้้�ต้้องสงสััยไว้้เป็็นเวลา 3 วััน เพื่่�อทำการสอบสวน
ก่่ อ นนำตัั วผู้้�ต้้ อ งสงสัั ย ส่่ ง พนัั ก งานสอบสวนตาม
ประมวลกฎหมายอาญา และการกระทำของเจ้้าหน้้าที่่�
ชุุ ดดัั ง กล่่ า วอาจเป็็ น การกระทำที่่� ค รบองค์์ประกอบ
ของการทรมานตามอนุุสัญ
ั ญา CAT เนื่่อ� งจากผู้้�กระทำ
เป็็ น เจ้้ า พนัั ก งานของรัั ฐ ได้้ ก ระทำโดยเจตนาให้้ มีี
การเจ็็บปวด/บาดเจ็็บจนถึึงขั้้�นเสีียชีีวิิต เพื่่�อให้้ได้้มา
ซึ่่� ง ข้้ อ มูู ลหรืื อคำรัั บ สารภาพจากผู้้�ถูู ก กระทำ ทั้้� ง นี้้�
แม้้ในปีี 2564 จะมีีการยกเลิิก พ.ร.บ. ป้้องกัันและ
ปราบปรามยาเสพติิด พ.ศ. 2519 แต่่อำนาจพิิเศษ
ในการควบคุุมตััวผู้้�ต้้องสงสััยในลัักษณะดัังกล่่าว ยัังคง
ปรากฏอยู่่�ใน พ.ร.บ. วิิธีพิี จิ ารณาคดีียาเสพติิด (ฉบัับที่่� 2)
พ.ศ. 2564
ในส่่วนของการบัังคัับบุุคคลให้้สูญ
ู หาย พบว่่า
ยัังไม่่มีีความคืืบหน้้าที่่�สำคััญในการติิดตามตััวต่่อกรณีี
การสููญหายของบุุคคลที่่�เป็็นนักั เคลื่่อ� นไหวทางการเมืือง
และนัั ก ปกป้้ อ งสิิ ท ธิิ ม นุุ ษ ยชน โดยเฉพาะกรณีี ข อง
นายพอละจีี ที่่� อ ยู่่�ในขั้้� นต อนการสอบสวนเพิ่่� ม เติิ ม
ของกรมสอบสวนคดีีพิเิ ศษ รวมทั้้�งกรณีีของผู้้�ที่่ถู� กู บัังคัับ
ให้้สููญหายในต่่างประเทศ ทั้้�งนี้้� กสม. ขอสนัับสนุุน
ให้้รััฐบาลและหน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้องดำเนิินการตาม
หน้้ า ที่่� แ ละอำนาจที่่� ส ามารถดำเนิิ น การได้้ เพื่่� อ ให้้
ความช่่วยเหลืือหรืืออำนวยความสะดวกด้้ า นต่่ า ง ๆ
แก่่ ค รอบครัั ว ในการติิ ดต ามเพื่่� อ ทราบชะตากรรม
ของผู้้�สููญหาย ซึ่่�งญาติิและครอบครััวมีีสิิทธิิในการรัับรู้้�
ความจริิงเกี่่ย� วกัับพฤติิการณ์์ของการบัังคัับให้้หายสาบสููญ
ชะตากรรมของผู้้�สููญหาย ตลอดจนความคืืบหน้้าของ
การสอบสวน
จาก หนัังสืือสำนัักงานตำรวจแห่่งชาติิ ที่่� ตช 0011.24/1315 ลงวัันที่่� 14 พฤษภาคม 2564 เรื่่อ� ง ข้้อเสนอแนะมาตรการ
หรืือแนวทางที่่�เหมาะสมในการป้้องกัันหรืือแก้้ไขปััญหาการละเมิิดสิิทธิิมนุุ���ยชน.
138
62