2.2.1 การเข้้าถึึงความยุุติิธรรม
ป ร ะ ธ า นศ า ลฎีี ก า ไ ด้้ อ อ ก
คำแนะนำของประธานศาลฎีีกาและระเบีียบราชการ
ฝ่่ายตุุลาการศาลยุุติิธรรมเกี่่�ยวกัับการปล่่อยชั่่�วคราว
เพิ่่�มอีีกอย่่างละ 1 ฉบัับ ได้้แก่่ คำแนะนำของประธาน
ศาลฎีีกาว่่าด้้วยการใช้้มาตรการกำกัับดููแลในระหว่่าง
ปล่่ อ ยชั่่� ว คราว พ.ศ. 2564 118 ซึ่่� ง มีี ส าระสำคัั ญ คืือ
การให้้อำนาจศาลสามารถกำหนดเงื่่�อนไขหรืือสั่่�งใช้้
มาตรการกำกัับดููแลกัับผู้้�ถููกปล่่อยชั่่�วคราว และจะให้้มีี
ผู้้�กำกัั บ ดูู แ ลเพื่่� อ สอดส่่ อ งดูู แ ล รัั บ รายงานตัั ว หรืือ
ให้้คำปรึึกษาแก่่ผู้้�ถููกปล่่อยตััวชั่่�วคราว และระเบีียบ
ราชการฝ่่ายตุุลาการศาลยุุติิธรรม ว่่าด้้วยการปล่่อย
ชั่่�วคราว (ฉบัับที่่� 3) พ.ศ. 2564119 มีีสาระสำคััญคืือ
ให้้ ผู้้�ต้้ อ งหาหรืือจำเลย ทั้้� ง โดยตนเองหรืือผู้้�ที่่� เ ป็็ น
เครืือญาติิหรืือเกี่่ย� วพัันโดยทางสมรสหรืือในทางการงาน
กัั บ ผู้้�ต้้ อ งหาหรืือจำเลยสามารถยื่่� น คำร้้ อ งขอปล่่ อ ย
ชั่่�วคราวโดยไม่่จำเป็็นต้้องเสนอหลัักประกัันใด ๆ และ
ศาลสามารถสั่่ง� ปล่่อยชั่่ว� คราวได้้โดยไม่่ต้อ้ งใช้้หลัักประกััน
แต่่อาจตั้้�งเงื่่�อนไขขึ้้�นมาแทน
2.2.2 การอายัั ด ตัั ว ผู้้�ต้้ อ งขัั ง และ
การดำเนิินคดีีอาญาที่่�ล่่าช้้า
กสม. เข้้ า พบกัั บ สำนัั ก งาน
ตำรวจแห่่ ง ชาติิ เพื่่� อ หารืือความร่่ ว มมืือระหว่่ า ง
หน่่ ว ยงานและเพื่่� อ ประสานการคุ้้�มครองเรื่่� อ งสิิ ท ธิิ
ในกระบวนการยุุติิธรรม โดยที่่�ผ่่านมา กสม. พบเรื่่�อง
ร้้องเรีียนซึ่่�งผู้้�ร้้องกล่่าวอ้้างว่่าถููกละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชน
ในชั้้�นพนัักงานสอบสวน ซึ่่�ง กสม. เสนอประเด็็นห่่วงใย
ในปีี 2564 กสม. ออกรายงาน
ผลการตรวจสอบในประเด็็นพนักั งานสอบสวนดำเนิินคดีี
ล่่ า ช้้ า จำนวน 11 ฉบัั บ ซึ่่� ง เป็็ น เรื่่� อ งร้้ อ งเรีี ย น
ที่่�ได้้รับั ในปีี 2563 - 2564 โดยมีีมาตรการการแก้้ไขปััญหา
การละเมิิ ด สิิ ท ธิิ ม นุุ ษ ยชน ให้้ พนัั ก งานสอบสวน
ที่่� รัั บ ผิิ ด ชอบสำนวนคดีี ต ามคำร้้ อ งเรีี ย นเร่่ ง รัั ด การ
ดำเนิิ น คดีี ใ ห้้ แ ล้้ ว เสร็็ จ เพื่่� อ มิิ ใ ห้้ เ กิิ ด ความล่่ า ช้้ า
และให้้สำนัักงานตำรวจแห่่งชาติิตรวจสอบข้้อเท็็จจริิง
กรณีีที่่�ปรากฏการดำเนิินคดีีล่่าช้้า เพื่่�อแก้้ไขปััญหา
อย่่างเร่่งด่่วน นอกจากนี้้� กสม. ได้้จััดตั้้�งคณะทำงาน
เฉพาะกิิ จด ำเนิิ น การศึึกษาเพื่่� อ จัั ด ทำข้้ อ เสนอแนะ
สิิ ท ธิิ ใ นกระบวนการยุุ ติิ ธ รรม กรณีี ก ารปฏิิ บัั ติิ
ต่่ อ ผู้้�ต้้ อ งขัั ง ที่่� มีี ก ารอายัั ด และการดำเนิิ น คดีี ล่่ า ช้้ า
เพื่่�อแก้้ไขปััญหาภาพรวมในเชิิงระบบ121
2.2.3 ปััญหาเรืือนจำแออััด
ใ น เ ดืื อ นมีี น า ค ม 2 5 6 4
กรมราชทัั ณ ฑ์์ เ ปิิ ด เผยจำนวนผู้้�ที่่� เข้้ า เกณฑ์์ ไ ด้้ รัั บ
การปล่่อยตััวชั่่ว� คราว 3,000 ราย จากเรืือนจำทั่่�วประเทศ
มีีทั้้�งการพัักโทษให้้นัักโทษในคดีีที่่�เหลืือโทษน้้อยกว่่า
5 ปีี จำคุุกอยู่่�ในเรืือนจำมาแล้้ว 1 ใน 3 ของโทษ
ทั้้�งหมด มีีทั้้�งการพัักโทษด้้วยเหตุุปกติิ และพัักโทษ
กรณีีเหตุุพิเิ ศษและประเภทโทษน้้อยไม่่เกิิน 3 ปีี รวมทั้้�ง
นัักโทษสููงอายุุและพิิการ ซึ่่ง� การพัักการลงโทษ จะเข้้าสู่่�
กระบวนการคุุมประพฤติิติิดอุุปกรณ์์ EM ติิดตามตััว
จาก คำแนะนำของประธานศาลฎีีกา ว่่าด้้วยการใช้้มาตรการกำกัับดููแลในระหว่่างปล่่อยชั่่ว� คราว พ.ศ. 2564. (2564,
11 มิิถุุนายน). ราชกิิจจานุุเบกษา, 138(ตอนที่่� 39 ก), 31-33.
119
จาก ระเบีียบราชการฝ่่ายตุุลาการศาลยุุติธิ รรม ว่่าด้้วยการปล่่อยชั่่ว� คราว (ฉบัับที่่� 3) พ.ศ. 2564. (2564, 6 สิิงหาคม).
ราชกิิจจานุุเบกษา, 138(ตอนที่่� 52 ก), 34-35.
120
จาก กสม. หารืือสำนัักงานตำรวจแห่่งชาติิ ประสานการคุ้้�มครองสิิทธิิในกระบวนการยุุติิธรรม [ข่่าวประชาสััมพัันธ์์].
โดย สำนัักงาน กสม., 2 กรกฎาคม 2564. สืืบค้้นจาก https://www.nhrc.or.th/NHRCT-Work/Statements-Press-ReleasesOpen-Letters/Press-Releases/กสม-หารืือสำนัักงานตำรวจแห่่งชาติิ-ประสานการคุ้้�มครองสิิ.aspx
121
จาก คำสั่่�ง กสม. ที่่� 46/2564 เรื่่�อง แต่่งตั้้�งคณะทำงานเฉพาะกิิจดำเนิินการศึึกษาเพื่่�อจััดทำข้้อเสนอ สิิทธิิ
ในกระบวนการยุุติิธรรม กรณีีการปฏิิบััติิต่่อผู้้�ต้้องขัังที่่�มีีการอายััดและการดำเนิินคดีีล่่าช้้า.
118
3
บทที่่�
การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง
เพื่่อ� ให้้มีกี ารปรัับปรุ��งแก้้ไข โดยเฉพาะปััญหาความล่่าช้้า
ในการสอบสวนคดีี ข องผู้้�ต้้ อ งขัั ง ที่่� มีี ค ดีี อ ายัั ดตัั ว
ทำให้้ ผู้้�ต้้ อ งหาเสีี ย สิิ ท ธิิ ป ระโยชน์์ ต่่ า ง ๆ ที่่� พึึ งได้้ รัั บ
ตามกฎหมาย120
รายงานผลการประเมิินสถานการณ์์
ด้้านสิิทธิิมนุุษยชนของประเทศไทย ปีี 2564
2.2 การดำเนิินการในปีี 2564
55