76
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
กลุ่มแรกที่ถูกเลิกจ้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่กระทรวงแรงงานไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา
และผลกระทบที่เกิดขึ้นเท่าที่ควร
แรงงานในระบบ นโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โดยประกาศเพิ่มรายได้ผู้ที่จบการศึกษาปริญญาตรีเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ภายในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕
และปรับค่าจ้างขั้นต�่ำทั่วประเทศ ๓๐๐ บาทต่อวัน ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ ในพื้นที่
๗ จังหวัดน�ำร่อง และให้มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ถือเป็นความหวังของผู้ใช้แรงงาน
แต่สิ่งที่ตามมา คือ การปรับราคาสินค้าที่สูงขึ้น ผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไปต้องรับภาระค่าครองชีพ
ที่ สู ง ขึ้ น ขณะที่ ค ่ า จ้ า งเพิ่ ม เพี ย งเล็ ก น้ อ ยนั้ น กลั บ ไม่ เ พี ย งพอเมื่ อ เที ย บกั บ ราคาสิ น ค้ า ที่ สู ง ขึ้ น เห็ น ว่ า
การปรับค่าจ้างไม่เกิดประโยชน์กับแรงงานอย่างแท้จริง และรัฐบาลก็ไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจนในการ
ควบคุมราคาสินค้าที่จ�ำเป็น เช่น สินค้าอุปโภค บริโภค น�้ำมัน ก๊าซหุงต้ม เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาล
ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการช่วยเหลือแรงงานจ�ำนวนหนึ่งที่อาจถูกเลิกจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
สถานประกอบการเอสเอ็มอีหรือสถานประกอบการที่ใช้แรงงานเข้มข้น ข้อกังวลอีกประการหนึ่ง คือ
มาตรการเยียวยาให้กับนายจ้างผู้ประกอบการ โดยการให้นายจ้างลดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม
ซึ่งอาจส่งผลระยะยาวต่อผู้ใช้แรงงาน และความมั่นคงของกองทุนประกันสังคมในอนาคต
แรงงานนอกระบบ จากการปรับค่าจ้างขั้นต�่ำ ๓๐๐ บาทของรัฐบาลไม่ได้ครอบคลุมไปถึง
แรงงานนอกระบบ ขณะที่ราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การเข้าไม่ถึงสิทธิในฐานะผู้ประกันตนตาม
มาตรา ๔๐ ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เช่น เหตุการณ์อุทกภัยในปลายปี ๒๕๕๔
แรงงานนอกระบบไม่สามารถใช้สิทธิกู้เงินสินเชื่อ ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เนื่องจากเงื่อนไข
การเป็นผู้ประกันตนไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ความล่าช้าในการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปท�ำงานที่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๓ ท�ำให้แรงงานนอกระบบยังคงไม่ได้รับ
การคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ต ามกฎหมาย และกฎหมายส� ำ คั ญ อี ก ฉบั บ ได้ แ ก่ พระราชบั ญ ญั ติ ก องทุ น การออม
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ��งเป็นกฎหมายที่สร้างหลักประกันรายได้ขั้นต�่ำรายเดือนที่ครอบคลุมแรงงาน
นอกระบบ ๒๔ ล้านคน ในยามชราหรือเกษียณอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่ไม่ได้น�ำไปสู่การบังคับใช้ โดยกระทรวงการคลังอ้างเหตุผลความจ�ำเป็น
ในการแก้กฎหมายก่อนประกาศใช้