บทที่ ๔ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ๒. รัฐควรพิจารณาเรื่องการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ เป็นวาระเร่งด่วนเพื่อเป็นการแสดง เจตนารมณ์ที่ชัดเจนที่จะมุ่งมั่นคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างแท้จริง โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติควรเร่งการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. .... ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังควรมีแผนการด�ำเนินงานภายหลังจากการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาโดยก�ำหนดกรอบเวลา อย่างชัดเจน เพื่อให้สิทธิของแรงงานตามที่ได้รับรองในอนุสัญญาเกิดผลในทางปฏิบัติจริง ๓. รัฐควรตรวจสอบค่าจ้างขัน้ ต�ำ่ ของกลุม่ เป้าหมายตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองแรงงาน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่มีนายจ้างตามเงื่อนไขของมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ หากพบว่ากลุ่ม ลูกจ้างเหล่านั้นได้รับค่าจ้างขั้นต�่ำซึ่งต�่ำกว่าที่คณะกรรมการค่าจ้างก�ำหนด รัฐควรพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไป นอกจากนี้ ยังควรก�ำหนดให้มีกลไกที่สนับสนุนให้มีการตรวจสอบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการท�ำงาน เพื่อป้องกันปัญหา การละเมิดสิทธิแรงงานที่อาจเกิดขึ้น โดยค�ำนึงว่าจะไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการเพิ่ม ๔.๓ สิทธิด้านสุขภาพ ภาพรวม ประเทศไทยเป็นภาคีกติกา ICESCR ซึง่ ก�ำหนดให้รฐั มีหน้าทีร่ บั รองสิทธิของทุกคนทีจ่ ะมีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิต ตามมาตรฐานสูงสุดที่เป็นไปได้ และมีขั้นตอนในการด�ำเนินการเพื่อบรรลุผลในการท�ำให้สิทธิเป็นจริงอย่างสมบรูณ์ ๑๓๑ สิทธิด้านสุขภาพมีองค์ประกอบที่ส�ำคัญได้แก่ ความมีอยู่ (availability) การเข้าถึงได้ (accessibility) การยอมรับได้ (acceptability) และคุณภาพ (quality) โดยรัฐมีหน้าที่ในการจัดการบริการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเพียงพอและ เหมาะสมตามระดับการพัฒนาประเทศและมีคณ ุ ภาพการบริการทีด่ ี๑๓๒ ซึง่ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทีก่ ำ� หนดให้รฐั ด�ำเนินการให้ประชาชนได้รบั บริการสาธารณสุขทีม่ ปี ระสิทธิภาพอย่างทัว่ ถึง และการให้ บริการสาธารณสุขจะต้องมีการพัฒนาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้รัฐด�ำเนินการปฏิรูปด้าน สาธารณสุขโดยปรับหลักประกันสุขภาพเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิและประโยชน์จากการบริหารจัดการ และการเข้าถึง บริการที่มีคุณภาพและสะดวกทัดเทียมกัน ตลอดจนมีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่ดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม๑๓๓ ในปี ๒๕๖๐ ประเทศไทยมีนโยบาย กฎหมาย มาตรการและกลไกต่าง ๆ ที่มุ่งให้เกิดความก้าวหน้าทางสิทธิด้าน สุขภาพในการเข้าถึงสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขของรัฐ และการลดความเหลื่อมล�้ำในการเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพ โดยสามารถสรุปสาระส�ำคัญตามที่ปรากฏในตาราง ๒ ๑๓๑ ข้อ ๑๒ แห่งกติกา ICESCR. ๑๓๒ The Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights. (2017). CESR General Comment No. 14 : The Rights to Higher Attainable Standard of Health (Article 12) adopted at the 22nd Session of the Committee on Economic Social and Culture Rights, 11 August 2000 UN Doc. E/C.12/2000/4 para 4 , 8, 9, 12 and 13. Retrieved from http://tbinternet.ohchr.org/SitePages/Home.aspx ๑๓๓ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ มาตรา ๕๕ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า รัฐต้องด�ำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรูพ้ นื้ ฐานเกีย่ วกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนใ���้มกี ารพัฒนาภูมปิ ญ ั ญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สงู สุด (วรรคหนึง่ ) บริการสาธารณสุขตามวรรคหนึ่ง ต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และการป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพด้วย (วรรคสอง) รัฐต้องพัฒนาการบริการ สาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (วรรคท้าย) และ หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ (ช)(๔) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า ให้ด�ำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างน้อยในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผล ปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนได้รับสิทธิและประโยชน์จากการบริหารจัดการและการเข้าถึงบริการ ที่มีคุณภาพและสะดวกทัดเทียมกัน. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 115 บทที่ ๔

Select target paragraph3