บทที่ ๔ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ๔.๒ สิทธิในการท�ำงาน ภาพรวม กติกา ICESCR ประกันสิทธิในการท�ำงานไว้ในข้อบทที่ ๖-๘ ได้แก่ (๑) สิทธิในการท�ำงาน (๒) สิทธิในการได้รับ เงื่อนไขการท�ำงานที่เหมาะสมเป็นธรรม และ (๓) สิทธิที่จะก่อตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงาน นอกจากนี้ ประเทศไทย ยังได้เข้าร่วมก่อตัง้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตัง้ แต่ปี ๒๔๖๒ โดยปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขนั้ พืน้ ฐาน ในการท�ำงาน (ILO Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) ก�ำหนดให้ประเทศสมาชิกเคารพ และปฏิบัติตามสิทธิในการท�ำงานขั้นพื้นฐานครอบคลุมทั้งหมด ๔ ประเด็น คือ (๑) เสรีภาพในการสมาคมและการรับรอง ที่มีผลจริงส�ำหรับสิทธิในการต่อรอง (๒) การขจัดการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ (๓) การยกเลิกอย่างได้ผลต่อการใช้ แรงงานเด็ก และ (๔) การขจัดการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและประกอบอาชีพ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีบทบัญญัตเิ กีย่ วกับสิทธิในการประกอบอาชีพและแรงงาน ปรากฏตามมาตรา ๓๐ ทีม่ ใิ ห้มกี ารเกณฑ์แรงงาน เว้นแต่โดยอาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัตแิ ห่งกฎหมาย๑๑๕ มาตรา ๔๐ ทีใ่ ห้ การรับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพ และการตรากฎหมายต้องไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ๑๑๖ รวมถึงมาตรา ๔๒ ที่ระบุถึงเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น๑๑๗ และเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้รับข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR รอบที่ ๒ (ปี ๒๕๕๙ – ๒๕๖๓) จากประเทศต่าง ๆ เพื่อด�ำเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิด้านการท�ำงานให้ได้มาตรฐาน อาทิ การลดช่องว่างทางรายได้ในสังคม การขยาย การเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล การประกันสังคม และค่าแรงขั้นต�่ำ โดยไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์ หรืออุปสรรคทางภาษา จากข้อมูลการส�ำรวจภาวะการท�ำงานของประชากรเมือ่ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ของส�ำนักงานสถิตแิ ห่งชาติ พบว่า ผู้ที่อยู่ในก�ำลังแรงงานมีจ�ำนวนทั้งสิ้น ๓๘.๒๘ ล้านคน เป็นผู้มีงานท�ำ ๓๗.๗๒ ล้านคน เมื่อเทียบกับแรงงานในช่วงเวลา เดียวกันของปี ๒๕๕๙ พบว่า จ�ำนวนผู้มีงานท�ำเพิ่มขึ้น ๖.๐ หมื่นคน ทั้งนี้ ข้อมูลในช่วงไตรมาสที่ ๓ (กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๖๐) พบว่า ในจ�ำนวนผู้มีงานท�ำทั้งสิ้น ๓๗.๗ ล้านคน เป็นแรงงานในระบบ ๑๖.๙ ล้านคน และเป็นผู้ท�ำงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือไม่มีหลักประกันทางสังคมจาก การท�ำงานหรือแรงงานนอกระบบจ�ำนวน ๒๐.๘ ล้านคน ซึ่งเป็นจ�ำนวนเกินครึ่งหนึ่งของผู้มีงานท�ำ จากการประมวลข้อมูลสถานการณ์สิทธิในการท�ำงานในประเทศไทยในปี ๒๕๖๐ มีดังนี้ สิทธิของทุกคนที่จะมีโอกาสที่จะหาเลี้ยงชีพโดยงานซึ่งตนเลือกหรือรับอย่างเสรี ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๑๑ ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและอาชีพ ค.ศ. ๑๙๕๘ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคในการจ้างงานและอาชีพ และขจัดการเลือกปฏิบัติใด ๆ ในการจ้างงานและอาชีพ๑๑๘ โดยเมือ่ ให้สตั ยาบันแล้ว รัฐบาลต้องคุม้ ครองบุคคลจากการเลือกปฏิบตั ดิ า้ นการจ้างงานและอาชีพ ใน ๔ ช่วง คือ ๑๑๕ มาตรา ๓๐ การเกณฑ์แรงงานจะกระท�ำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ หรือในขณะที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือการรบ. ๑๑๖ มาตรา ๔๐ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ. การจ�ำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระท�ำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคง หรือเศรษฐกิจของประเทศ การแข่งขันอย่างเป็นธรรม การป้องกันหรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด การคุ้มครองผู้บริโภค การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเพียงเท่าที่จ�ำเป็น หรือเพื่อ ประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น การตรากฎหมายเพื่อจัดระเบียบการประกอบอาชีพตามวรรคสอง ต้องไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือก้าวก่ายการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษา. ๑๑๗ มาตรา ๔๒ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น การจ�ำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระท�ำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอ�ำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อการป้องกันหรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด. ๑๑๘ การจ้างงานและอาชีพ หมายรวมถึง การฝึกอาชีพ การได้รับการจ้างจ้างงาน และการประกอบอาชีพ เงื่อนไขการจ้างงาน และสภาพการท�ำงาน. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 109 บทที่ ๔

Select target paragraph3