คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
42
ว่าคดีส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถูกโอนย้ายส�ำนวนไปยังศาลพลเรือนจนเสร็จสิ้น ท�ำให้ยังไม่สามารถเริ่มกระบวนการด�ำเนินคดี
ต่อไปได้อนั ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผูถ้ กู ด�ำเนินคดีเนือ่ งจากจ�ำเลยบางคนยังคงถูกคุมขังในเรือนจ�ำ หรือจ�ำเลยหลายคน
อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลทหารมากว่า 5 ปี โดยศาลยังไม่มีค�ำพิพากษา31
2.1.4 ปัญหาเรือนจ�ำแออัด
ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่ามีจ�ำนวนผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ 367,993 คน จ�ำแนกเป็นผู้ต้องขัง
ระหว่างอุทธรณ์และฎีกา จ�ำนวน 29,406 คน ผู้ต้องขังอื่น (ผู้ต้องกักกัน กักขัง เยาวชนที่ฝากขัง และผู้ต้องขังระหว่าง
ไต่สวนหรือสอบสวน) จ�ำนวน 29,991 คน และผู้ต้องขังเด็ดขาดจ�ำนวน 308,596 คน32
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร่วมกับสถาบัน
เพือ่ การยุตธิ รรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา เรือ่ ง “การลงโทษทางอาญากับหลักสิทธิมนุษยชน” ครัง้ ที่ 2 ทีโ่ รงแรม
เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึง่ มีการอภิปรายเรือ่ งปัญหาความแออัดในเรือนจ�ำว่า ปัจจุบนั
มีผู้ต้องขังประมาณ 360,000 คน ในขณะที่เรือนจ�ำทั้งหมดในประเทศไทยมีความสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ
120,000 คนเท่านัน้ จึงมีผตู้ อ้ งขังเกินกว่าความจุของเรือนจ�ำมากถึง 3 เท่า ร้อยละ 70 - 80 เป็นผูต้ อ้ งขังในคดีเกีย่ วกับ
ยาเสพติด และอีกร้อยละ 20 เป็นผู้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งไม่ควรอยู่ในเรือนจ�ำ ปัญหาความแออัดได้ส่งผล
ต่อการดูแลผูต้ อ้ งขังและท�ำให้การบ�ำบัดฟืน้ ฟูอปุ นิสยั เพือ่ ให้สามารถกลับมาด�ำเนินชีวติ ใหม่ทดี่ เี ป็นไปได้ยาก จ�ำเป็นต้อง
มีการปรับทัศนคติวา่ ผูเ้ สพยาเสพติดเป็นผูป้ ว่ ย และควรมีการน�ำมาตรการทางปกครองมาใช้แทนโทษอาญา รวมทัง้ อาจ
มีการน�ำมาตรการอื่น ๆ มาใช้เพื่อลดคดีที่เข้าสู่ศาล เช่น การไกล่เกลี่ย รวมถึงการมีมาตรการลงโทษแทนการจ�ำคุก
ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ ปัญหาผู้ต้องขังในเรือนจ�ำได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรมหรือต้องอาศัยอยู่ในสภาพเรือนจ�ำ
แออัด ไม่มีสุขอนามัย เป็นหนึ่งในประเด็นด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงยุติธรรมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการก�ำหนดแนวทางการลดความแออัดของผู้ต้องขัง
ในเรือนจ�ำเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัดในเรือนจ�ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก�ำหนดแนวทาง
บูรณาการการส่งต่อการด�ำเนินงานไปยังกลไกหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดระบบที่มีความเชื่อมโยงในการ
แก้ปัญหาดังกล่าวคณะกรรมการฯ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ได้มีการประชุมครั้งแรกเมื่อ
วันที่ 29 ตุลาคม 2562 และได้พิจารณาก�ำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา 5 กรอบแนวทาง ได้แก่ 1) ด้านกฎหมาย
2) ด้านการพักโทษ ลดโทษและการใช้เครือ่ งมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์หรือก�ำไลอีเอ็ม (electronic monitoring: EM)
3) ด้านอาชีพและการสร้างเรือนจ�ำรูปแบบใหม่ 4) การบ�ำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และ 5) การป้องกัน
ยาเสพติด
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาความแออัด
ในเรือนจ�ำในหลายโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักโทษในคดียาเสพติดที่มีมากถึงร้อยละ 70 - 80 ของผู้ต้องขังทั้งหมด
31
จาก ปัญหาการโอนย้ายคดีพลเรือนจากศาลทหาร : จากความยาวนานไม่สนิ้ สุดสูภ่ าวะสุญญากาศ, โดย ศูนย์ทนายความ
เพื่อสิทธิมนุษยชน, 2562. สืบค้นจาก https://www.tlhr2014.com/?p=14083
32
จาก รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ส�ำรวจ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒, โดย กรมราชทัณฑ์. สืบค้นเมื่อ
วันที่ 31 ธันวาคม 2562, จาก http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_result.php?date=2019-12-31&report=