105
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
ในส่วนของการป้องกันการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรงนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบว่าด้วย
การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 ซึง่ ได้กำ� หนดแนวทางการลงโทษไว้ 4 ลักษณะ คือ 1) ว่ากล่าวตักเตือน
2) ท�ำทัณฑ์บน 3) ตัดคะแนนความประพฤติ และ 4) ท�ำกิจกรรมเพือ่ ให้ปรับเปลีย่ นพฤติกรรม รวมทัง้ ได้หา้ มลงโทษ
นักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธรี นุ แรง หรือแบบกลัน่ แกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ โดยให้คำ� นึงถึงอายุของนักเรียน
หรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย อย่างไรก็ดี ในปี 2562 ยังคงมีเหตุการณ์
ที่ครูลงโทษนักเรียนด้วยวิธีการรุนแรงอยู่218
4. การคุ้มครองเด็กเนื่องจากการละเมิดทางสื่อออนไลน์
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ ร่วมกับส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดการเสวนา
เรือ่ ง “การกลัน่ แกล้งออนไลน์ เด็กไทยจะรอดได้อย่างไร” ซึง่ มีนกั วิชาการให้ขอ้ แนะน�ำวิธกี ารรับมือกับการกลัน่ แกล้ง
ดังกล่าวว่า ควรนิ่งเฉยเพราะการตอบโต้กลับจะท�ำให้ผู้กระท�ำเกิดความสนุกและกลั่นแกล้งมากขึ้น แต่หากนิ่งเฉย
แล้วยังคงถูกกลั่นแกล้งเกินกว่าที่จะรับมือไหว ควรปรึกษาครูหรือผู้ปกครองเพื่อช่วยหาวิธีจัดการ เช่น การพูดคุย
หรือใช้กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องด�ำเนินคดี เช่น พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำผิดเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550220
218
เช่น กรณีครูใช้ไม้ตีศีรษะเด็กอายุ 7 ปีจนใบหน้าและตา 2 ข้างบวมแดง กรณีครูใช้ไม้ตีก้นเด็กชั้นประถมศึกษา
ปีที่ ๔ จนบวมช้าไม่สามารถนั่งได้ และกรณีครูตบหัวตบหน้านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เนื่องจากไม่ส่งการบ้าน เป็นต้น
219
จาก สถานการณ์เด็กไทยเสีย่ งภัย ออนไลน์, โดย คมชัดลึก, ๒๕๖๒ . สืบค้นจาก http://www.komchadluek.net/
news/scoop/384789
220
จาก กลั่นแกล้งออนไลน์ เด็กไทยจะรอดได้อย่างไร, โดย มติชนออนไลน์, ๒๔๖๒. สืบค้นจาก https://
www.matichon.co.th/lifestyle/children-teenagers/news_1828680
บทที่
4
การประเมินสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
รัฐมียุทธศาสตร์ส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ พ.ศ. 2560 - 2564
รวมถึงมีการจัดตัง้ ศูนย์ประสานงานปกป้องคุม้ ครองเด็กและเยาวชนในการใช้สอื่ ออนไลน์ (Child Online Protection
Action Thailand: COPAT) เพือ่ ท�ำหน้าทีข่ บั เคลือ่ นยุทธศาสตร์ในแต่ละด้าน ศูนย์ดงั กล่าวได้มกี ารส�ำรวจสถานการณ์
เด็กไทยกับภัยออนไลน์ โดยจากผลการส�ำรวจพบว่า เด็กร้อยละ 86 เชือ่ ว่า สามารถให้คำ� แนะน�ำเพือ่ นได้หากประสบภัย
ออนไลน์ เด็กร้อยละ 54 เชื่อว่าจะจัดการปัญหาได้หากเกิดกับตนเอง เด็กร้อยละ 39 ใช้อินเทอร์เน็ต 6 - 10 ชั่วโมง
ต่อวัน เด็กร้อยละ 38 เล่นเกมส์ออนไลน์มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน มีเด็กร้อยละ 31 เคยถูกกลั่นแกล้งรังแกออนไลน์
ในจ�ำนวนนีเ้ ป็นเด็กทีเ่ ป็นเพศทางเลือกมากทีส่ ดุ คือ เด็กร้อยละ 49 โดยทีเ่ ด็กร้อยละ 40 ไม่ได้บอกใครเกีย่ วกับเรือ่ ง
ทีโ่ ดนกลัน่ แกล้ง จากการส�ำรวจยังพบว่า เด็กร้อยละ 34 เคยกลัน่ แกล้งคนอืน่ ทางออนไลน์ ซึง่ ส่วนหนึง่ บอกว่าเป็นการ
โต้ตอบ��ี่ตนเองโดนแกล้ง เด็กร้อยละ 74 เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจารทางออนไลน์ เด็กร้อยละ 50 เคยพบเห็น
สื่อลามกอนาจารเด็ก เด็กร้อยละ 6 เคยครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เคยส่งต่อหรือแชร์สื่อลามกอนาจาร
ทางออนไลน์ และเด็กร้อยละ 2 ยอมรับว่าเคยถ่ายภาพหรือวิดีโอตนเองในลักษณะลามกอนาจารแล้วส่งให้
คนอื่น ๆ ด้วย เด็ก 1 ใน 4 หรือประมาณ 4,000 คน เคยนัดพบเพื่อนที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ โดยปรากฏกรณี
ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากการนัดเจอกัน จ�ำนวน 73 คน219