รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565
อนึ่ง นอกจากความก้าวหน้าทางกฎหมายแล้ว
ในปี 2565 รัฐยังมีการด�ำเนินการที่ส�ำคัญหลายกรณี
ซึง่ สอดคล้องกับอนุสญ
ั ญา CAT และข้อเสนอแนะของ กสม.
เช่น กรณีศาลมีคำ� พิพากษาในคดีทเี่ จ้าหน้าทีต่ ำ� รวจมีสว่ น
เกีย่ วข้องกับการเสียชีวติ ของผูต้ อ้ งหาคดียาเสพติดในพืน้ ที่
จ. นครสวรรค์ และการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่
ผู้เสียหายจากการซ้อมทรมานของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ สภ.
เมืองปราจีนบุรี เป็นต้น ส����หรับการป้องกันการกระท�ำ
ทรมานต่อบุคคลที่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตาม
พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
ซึ่งมีการออกระเบียบโดยก�ำหนดให้สถานที่ที่ใช้ในการ
ควบคุมตัวต้องมีการติดตัง้ กล้อง CCTV เพือ่ บันทึกภาพและ
เสียงในระหว่างการควบคุมตัวนั้น จะมีส่วนช่วยป้องกัน
และลดปัญหาการกระท�ำทรมานของเจ้าหน้าทีใ่ นระหว่าง
การควบคุมตัวในสถานที่ดังกล่าวและท�ำให้กระบวนการ
ตรวจสอบมี พ ยานหลั ก ฐานเพื่ อ พิ สู จ น์ ค วามจริ ง ที่ มี
ประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องติดตามผล
ในทางปฏิบตั ติ อ่ ไป อย่างไรก็ดี กสม. ยังคงเห็นว่าบทบัญ
ั ญัติ
ซึ่ ง ให้ อ� ำ นาจแก่ เจ้ า หน้ า ที่ ใ นการควบคุ ม ตั ว ผู ้ ต ้ อ งหา
คดียาเสพติดได้เป็นเวลา 3 วัน ก่อนน�ำตัวส่งพนักงาน
สอบสวนตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับหลักการ
ของสนธิ สั ญ ญาระหว่ า งประเทศด้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
และสุ ่ ม เสี่ ย งที่ จ ะก่ อ ให้ เ กิ ด การปฏิ บั ติ อั น กระทบต่ อ
สิทธิมนุษยชนของผู้ถูกควบคุมตัวหรือผู้ต้องหา
ในปี 2565 มีบางกรณีที่ กสม. ตรวจสอบแล้ว
ยังมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับการข่มขู่ การทำ�ร้าย
ร่างกาย การกระทำ�ทรมานเพื่อให้รับสารภาพ
หรือต่อรองผลประโยชน์
ในปี 2565 แม้ว่าจ�ำนวนเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ
การกระท�ำทรมานที่ กสม. ได้รับมีจ�ำนวนลดลงกว่าปี
ก่อนหน้า แต่ยังมีบางกรณีที่ กสม. ตรวจสอบแล้วยังมี
ข้อห่วงกังวลเกีย่ วกับการข่มขู่ การท�ำร้ายร่างกาย การกระท�ำ
ทรมานเพื่ อ ให้ รั บ สารภาพหรื อ ต่ อ รองผลประโยชน์
ในประเด็นการบังคับบุคคลให้สญ
ู หาย แม้จะมีความคืบหน้า
ในการด�ำเนินคดีกรณีการหายตัวไปของบิลลี่ฯ แต่ผล
การด�ำเนินการในการติดตามผู้สูญหายรายอื่น ยังไม่พบ
ความคืบหน้าที่ส�ำคัญ
001-234 V9 CS6.indd 47
47
ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1) รัฐบาล โดย ยธ. ควรจัดเตรียมความพร้อม
และอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.
ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้
บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย
มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กห. และ ตร. ควรพิจารณา
บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันการกระท�ำทรมานและ
บังคับบุคคลให้สูญหายและการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.
ฉบับดังกล่าว ไว้ในหลักสูตรอบรมหรือการศึกษาของทหาร
และต�ำรวจ
2) รั ฐ บาลควรผลั ก ดั น แนวทางในการใช้
ความเห็ นทางการแพทย์ (Medical Opinion) เพื่ อ
ประกอบเป็ น พยานหลั ก ฐานในกรณี ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ
การกระท�ำทรมาน และมอบหมายให้ สธ. พัฒนาระบบ
การบันทึกข้อมูลสภาพร่างกายและจิตใจของผูถ้ กู ควบคุมตัว
โดยให้มแี พทย์นติ เิ วชและนิตจิ ติ เวชด�ำเนินการตรวจสภาพ
ร่างกายและจิตใจของผูถ้ กู กระท�ำทรมานและจัดท�ำบันทึก
หลักฐานทางการแพทย์เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหา
การกระท�ำทรมานอย่างเป็นระบบ และช่วยให้ผู้เสียหาย
จากการถูกกระท�ำทรมานสามารถเข้าถึงความยุติธรรม
ได้รบั การคุม้ ครอง และเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึน้
รัฐบาลควรผลักดันแนวทางในการใช้ความเห็น
ทางการแพทย์ เพื่อประกอบเป็นพยานหลักฐาน
ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ�ทรมาน
3) รัฐบาล ควรมอบหมายให้ ยธ. และ สธ.
จั ด อบรมให้ ค วามรู ้ เ กี่ ย วกั บ มาตรฐานในการบั น ทึ ก
และรวบรวมพยานหลั ก ฐานกรณี ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ
การกระท� ำ ทรมานอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพแก่ เจ้ า หน้ า ที่
ด้านนิติวิทยาศาสตร์และนิติจิตเวช
4) รัฐบาลควรมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อพิจารณาเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CPED ตามที่ได้
ลงนามไว้ ตลอดจนพิจารณาเข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับ
ของอนุสัญญา CAT (OPCAT) เพื่อน�ำไปสู่การจัดตั้งกลไก
ป้องกันการทรมานระดับชาติ (National preventive
mechanism - NPM) ทีเ่ ป็นหน่วยงานอิสระในการตรวจเยีย่ ม
สถานที่ที่มีการคุมขังหรือควบคุมตัว
3/14/23 8:40 PM