ผลด�ำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์: หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้ดำ� เนินการตามข้อเสนอแนะของ กสม. เช่น กองอ�ำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดท�ำ
แบบฟอร์มการตรวจร่างกาย โดยมีข้อมูลและผู้รับรอง
ผลการตรวจ 4 ฝ่ า ย คื อ เจ้ า หน้ า ที่ ห น่ ว ยซั ก ถาม/
ศูนย์ซักถาม ผู้ควบคุมตัว ญาติหรือพยานที่ผู้ต้องสงสัย
เชื่อถือไว้วางใจ และแพทย์ผู้ตรวจร่วมลงลายมือชื่อ
รับรองผลการตรวจ มีการเพิม่ รายละเอียดให้ครอบคลุม
ถึงสุขภาพและโรคประจ�ำตัวของผู้ถูกควบคุมตัว และ
ขณะตรวจร่างกายได้อนุญาตให้ญาติ/ผูน้ ำ� ศาสนา/บุคคล
ที่ ผู ้ ถู ก ควบคุ ม ตั ว เชื่ อ ถื อ ไว้ ว างใจเข้ า ร่ ว มเป็ น พยาน
พร้อมลงชื่อรับรองผลการตรวจหลังเสร็จสิ้นการตรวจ
ทุ ก ครั้ ง ส� ำ หรั บ กระบวนการสื บ สวนข้ อ เท็ จ จริ ง
ทีผ่ า่ นมา ได้จดั ให้ญาติหรือพยานหรือหน่วยงานภายนอก
เข้าร่วมสื บสวนข้ อ เท็ จจริ ง ด้ วย มี ก ารปรั บปรุ ง แก้ ไ ข
ติ ด ตั้ ง กล้ อ งวงจรปิ ด ในศู น ย์ ซั ก ถาม และขณะนี้
อยู่ระหว่างตราพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ....
เพื่ อ เตรี ย มความพร้ อ มเข้ า เป็ น ภาคี พิ ธี ส ารเลื อ กรั บ
(OPCAT) นอกจากนี้ ยั ง ได้ ก� ำ ชั บ การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่
ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามระเบียบและ
กฎหมายอย่างเคร่งครัดแล้ว ส่วนกรณีการตรวจหา
สารเสพติ ด ในปั ส สาวะของผู ้ เ ข้ า รั บ การตรวจเลื อ ก
ทหารกองเกิ น เข้ า รั บ ราชการทหารกองประจ� ำ การ
ในการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต รวจหาสารเสพติ ด ส� ำ นั ก งาน
คณะกรรมการป้ อ งกั น และปราบปรามยาเสพติ ด จะ
ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้เสพให้เข้ารับการบ�ำบัดรักษา
โดยจะตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะเฉพาะผู้ที่ได้รับ
การคัดเลือกเป็นทหารกองเกินแล้วเท่านั้น มีการจัด
สถานที่ปกปิดมิดชิดเป็นสัดส่วนโดยเฉพาะพร้อมจัดให้
เจ้ า หน้ า ที่ ผู ้ ห ญิ ง เป็ น ผู ้ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต รวจสอบหา
สารเสพติ ด ของบุ ค คลที่ มี ค วามหลากหลายทางเพศ
แต่ มี บ างกรณี ที่ ไ ด้ ด� ำ เนิ น การในลั ก ษณะเดี ย วกั บ
ข้อเสนอแนะของ กสม. แล้ว ก่อนที่จะได้รับรายงาน
ของ กสม. เช่ น การก� ำ หนดคุ ณ ลั ก ษณะส� ำ คั ญ ของ
ผูท้ จี่ ะด�ำรงต�ำแหน่งผูอ้ ำ� นวยการสถานพินจิ และคุม้ ครอง
เด็ ก และเยาวชน การจั ด ท� ำ บั น ทึ ก ���วามเข้ า ใจหรื อ
MOU กับกรมสุขภาพจิต ก�ำหนดมาตรการเยียวยา
ทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือเสียชีวิต รวมถึงการจัดสรร
อั ต ราก� ำ ลั ง ต� ำ แหน่ ง นั ก จิ ต วิ ท ยาคลิ นิ ก เป็ น ต้ น
และได้ยกเลิกค�ำสั่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว
ผลการด�ำเนินงาน
ในภาพรวม
ลงวั น ที่ 9 เมษายน 2564 เรื่ อ ง การบั น ทึ ก ภาพ
และเสียงการตรวจค้น จับกุม และสอบสวนคดีอาญา
(3) กรณีเจ้าหน้าที่เรือนจ�ำสั่งให้ตรวจสิ่งของต้องห้าม
โดยวิธีล้วงทวารหนักผู้ต้องขัง ให้กรมราชทัณฑ์ก�ำชับ
ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เช่น ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตรวจร่างกาย
ผูต้ อ้ งขังเข้าใหม่และผูต้ อ้ งขังเข้า - ออกเรือนจ�ำ พ.ศ. 2561
ลงวันที่ 30 เมษายน 2561 และก�ำชับให้พนักงาน
เจ้ า หน้ า ที่ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ใ นการตรวจหาสารเสพติ ด
ในร่ า งกายของบุ ค คลหรื อ กลุ ่ ม บุ ค คลให้ เ ป็ น ไปตาม
กฎหมายโดยเคร่งครัด (4) กรณีการตรวจหาสารเสพติด
ในปัสสาวะของผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน
เข้ารับราชการทหารกองประจ�ำการ ให้กรมการปกครอง
และส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
ยาเสพติ ด ก� ำ ชั บ ให้ พ นั ก งานเจ้ า หน้ า ที่ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่
ในการตรวจหาสารเสพติ ด ในร่ า งกายของบุ ค คล
หรือกลุ่มบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเคร่งครัด
ซึง่ กระท�ำได้เฉพาะกรณีจำ� เป็นและมีเหตุอนั ควรเชือ่ ได้วา่
บุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้นเสพยาเสพติดเท่านั้น และ
(5) กรณีผอู้ ำ� นวยการสถานพินจิ และคุม้ ครองเด็กจังหวัด
มีพฤติกรรมท�ำร้ายร่างกายผูใ้ ต้บงั คับบัญชาและเยาวชน
ในความควบคุ ม ให้ ก รมพิ นิ จ และคุ ้ ม ครองเด็ ก และ
เยาวชนก�ำหนดคุณลักษณะส�ำคัญของผูท้ จี่ ะด�ำรงต�ำแหน่ง
ผู้อ�ำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
จัดท�ำบันทึกความเข้าใจหร��อ MOU กับกรมสุขภาพจิต
และการจั ด สรรอั ต ราก� ำ ลั ง ต� ำ แหน่ ง นั ก จิ ต วิ ท ยา
คลิ นิ ก อย่ า งน้ อ ย 1 คน ต่ อ ศู น ย์ ฝ ึ ก และอบรมเด็ ก
และเยาวชน 1 แห่ง เป็นต้น
บทที่
3
ส� ำ หรั บ กรณี ห น่ ว ยงานไม่ อ าจด� ำ เนิ น การตาม
ข้อเสนอแนะของ กสม. ได้โดยมีเหตุผลอันสมควร เช่น
กรณีในขัน้ ตอนการขอขยายระยะเวลาในการควบคุมตัว
กองอ� ำ นวยการรั ก ษาความมั่ น คงภายในภาค 4
ส่วนหน้า ต้องน�ำตัวบุคคลที่ถูกกักตัวหรือถูกควบคุม
ตัวไปแสดงต่อศาลนั้นไม่อาจด�ำเนินการได้ เนื่องจาก
การขอขยายระยะเวลาการควบคุ ม ตั ว บุ ค คลที่ ต ้ อ ง
55