ร าย งานผล การ ปฏิ บั ติ งานค ณะกร รม การสิ ท ธิ ม นุษ ยชน แ ห่ ง ชา ติ ประ จำ � ปี ง บประ ม า ณ พ .ศ. 25 6 5
54
ที่ ใ ช้ รั บ แจ้ ง ความ หรื อ ให้ ถ ้ อ ยค� ำ ในคดี ที่ เ กี่ ย วกั บ
ความละเอียดอ่อนทางเพศไปพลางก่อน และก�ำกับให้
เจ้าหน้าที่ต�ำรวจปฏิบัติและค�ำนึงถึงผู้เสียหายในคดี
ที่เกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางเพศ โดยระมัดระวัง
มิ ใ ห้ ก ารปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ไ ปกระทบต่ อ สภาพจิ ต ใจของ
ผู้เสียหายทุกเพศ และ (3) กรณีปฏิบัติต่อผู้ต้องหา
ทีถ่ กู จับกุมและคุมขัง ให้สำ� นักงานต�ำรวจแห่งชาติกำ� ชับ
ให้ พ นั ก งานสอบสวนทั่ ว ประเทศปฏิ บั ติ ห น้ า ที่
โดยตระหนักถึงความส�ำคัญของกระบวนการและขัน้ ตอน
ตามประมวลกฎหมายวิ ธี พิ จ ารณาความอาญา
ค�ำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และให้ปฏิบตั ิ
ตามค� ำ สั่ ง ส� ำ นั ก งานต� ำ รวจแห่ ง ชาติ ที่ 419/2556
ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เรือ่ ง การอ�ำนวยความยุตธิ รรม
ในคดีอาญา การท�ำส�ำนวนการสอบสวน และมาตรการ
ควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา และ
ให้ ก รมราชทั ณ ฑ์ ก� ำ ชั บ ให้ เ รื อ นจ� ำ และทั ณ ฑสถาน
ทุกแห่งด�ำเนินการตรวจค้นตัวผู้ต้องขัง โดยค�ำนึงถึง
หลักสิทธิมนุษยชน
ผลด�ำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์: หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้ดำ� เนินการตามข้อเสนอแนะของ กสม. เช่น ส�ำนักงาน
ต�ำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือแจ้งก�ำชับไปยังหน่วยงาน
ที่ เ กี่ ย วข้ อ งให้ ค วามร่ ว มมื อ ในการชี้ แ จงข้อเท็จจริง
กับส�ำนักงาน กสม. อย่างครบถ้วน ทั้งกรณีตรวจสอบ
หาสาเหตุ ก ารสอบสวนล่ า ช้ า และให้ ส ถานี ต� ำ รวจ
ทุ ก แห่ ง จั ด สรรสถานที่ ที่ เ หมาะสม มิ ด ชิ ด และ
เป็นส่วนตัวส�ำหรับบุคคลทุกเพศ โดยในระยะแรกให้ใช้
ห้ อ งสอบสวนในคดี ที่ เ ด็ ก เป็ น ผู ้ ก ระท� ำ ความผิ ด หรื อ
เป็ น ผู ้ เ สี ย หายไปพลางก่ อ น รวมทั้ ง ได้ ก� ำ ชั บ ให้
พนั ก งานสอบสวนทั่ ว ประเทศด� ำ เนิ น การตาม
ข้อเสนอแนะของ กสม. เช่น ก�ำชับและเร่งรัดพนักงาน
สอบสวนให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญาและค� ำ สั่ ง ส� ำ นั ก งานต� ำ รวจแห่ ง ชาติ
ที่ 419/2556 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ให้ศึกษา
คู ่ มื อ การปฏิ บั ติ ง านของเจ้ า หน้ า ที่ ต� ำ รวจตามหลั ก
สิทธิมนุษยชนที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ www.nhrc.or.th
และให้ ป ฏิ บั ติ ต ่ อ ผู ้ เ สี ย หายในคดี ค วามผิ ด ทางเพศ
โดยค�ำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางเพศของผู้เสียหาย
และระมั ด ระวั ง มิ ใ ห้ มี ก ารปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ไ ปกระทบ
ต่อสภาพจิตใจของผูเ้ สียหายทุกเพศ เป็นต้น ในส่วนของ
กรมราชทัณฑ์ได้เน้นย�้ำเรื่องการตรวจค้นตัวผู้ต้องขัง
ให้ค�ำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว
3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพในชีวิต
และร่างกาย กสม. มีข้อเสนอแนะเพื่อให้หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องด�ำเนินการ เช่น (1) กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ฝ่ายความมัน่ คงท�ำร้ายร่างกายขณะจับกุมและควบคุมตัว
ให้ ก องอ� ำ นวยการรั ก ษาความมั่ น คงภายในภาค 4
ส่วนหน้า แจ้งผู้เข้ารับ��ารตรวจร่างกายได้รับทราบผล
การซักประวัติ ผลการตรวจร่างกาย และความเห็น
ของแพทย์ โ ดยรายละเอี ย ด ให้ ผู ้ เ ข้ า รั บ การตรวจ
ลงลายมือชื่อรับทราบในใบรับรองแพทย์และเอกสาร
ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดให้มีการบันทึกภาพเคลื่อนไหว
ในขัน้ ตอนการควบคุมตัวบุคคลเพือ่ ซักถาม ให้มหี น่วยงาน
ภายนอกอื่นนอกเหนือจากหน่วยงานด้านความมั่นคง
หรื อ ให้ ญ าติ ห รื อ บุ ค คลที่ ญ าติ ไ ว้ ว างใจมี ส ่ ว นร่ ว ม
ในการสื บ สวนข้ อ เท็ จ จริ ง ด้ ว ย ส่ ว นในขั้ น ตอน
การขอขยายระยะเวลาในการควบคุมตัว ควรต้องน�ำตัว
บุ ค คลที่ ถู ก กั ก ตั ว หรื อ ถู ก ควบคุ ม ตั ว ไปแสดงต่ อ ศาล
และให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียหาย
เป็ น ต้ น นอกจากนี้ ควรอนุ วั ติ ก ฎหมายภายในให้
เป็ น ไปตามอนุ สั ญ ญาต่ อ ต้ า นการทรมานและ
การประติบตั หิ รือการลงโทษอืน่ ทีโ่ หดร้ายไร้มนุษยธรรม
หรื อ ที่ ย�่ ำ ยี ศั ก ดิ์ ศ รี (CAT) รวมถึ ง เตรี ย มการรองรั บ
การเข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้าน
การทรมานฯ (OPCAT) (2) กรณี เ จ้ า หน้ า ที่ ต� ำ รวจ
ท�ำร้ายร่างกายขณะจับกุม ให้ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ
ก�ำหนดแนวทางหรือมาตรการส�ำหรับเจ้าหน้าที่ที่ใช้
อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงในระหว่างปฏิบัติหน้าที่
ตามค� ำ สั่ ง ส� ำ นั ก งานต� ำ รวจแห่ ง ชาติ ที่ 178/2564