55
หรือการกระทาอันผิดทานองคลองธรรม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขั ดแย้ งและกระทบกระเทือ นต่ อความสั ม พั น ธ์
ทางสังคม
(5) องค์กรทางสังคม ซึ่งทาหน้าที่ดูแลจัดการความสัมพันธ์ในรูป แบบต่า งๆ เช่น กลุ่มเหมื อ ง
ฝายซึ่งทาหน้า ที่ดู แ ลป่า ต้ นน้า และจัดสรรแบ่ ง ปัน น้า กลุ่มวัด กลุ่มผู้นา และการรวมตั ว เป็ น เครื อข่า ยเพื่ อ
จัดการทรัพยากรในระดับน้า หรือป่าผืนใหญ่ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาการให้ความหมายชุ มชนก็ เริ่มเปลี่ย นแปลงไป ชุม ชนมิได้หมายถึงหมู่ บ้ า น
ที่ มีอ าณาเขตพื้ น ที่ แ น่ น อนตายตัว อี ก ต่ อ ไป หากแต่ ห มายถึ ง หน่ว ยทางสั ง คมที่ สมาชิ ก มี ก ารติ ด ต่ อ สื่อสาร
เสริ มสร้ า งและสืบ สานสัมพั น ธ์ ท างสัง คมที่ มีทั้ ง ความเคลื่ อ นไหว ปรั บ ตั ว ความ ขั ด แย้ง และการผสมผสาน
กลมกลืน ความสืบเนื่องและการเปลี่ยนแปลงที่สาคัญ คือชุมชนมิได้เป็นหน่วยทางสังคมที่ เป็นอิสระหรืออยู่ โ ดด
เดี่ยวแยกตัวออกจากหน่วยทางสังคมอื่น ๆ ในทางตรงกันข้าม ชุ มชนในรูปแบบใหม่ ๆ ดารงอยู่ในความสัมพั น ธ์
กั บ ชุ มชนอื่ น ๆ และ ความสั มพั น ธ์ กั บ รั ฐ และตลาด ชุ มชนรู ปแบบใหม่ เ ริ่มมี ข อบเขตครอบคลุ มเครือข่าย
กว้างขวาง เชื่อมโยงพื้นที่ในชนบทกับเมือง ปรับตัวและเปลี่ยนแปลง ขัดแย้งและเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว 26
การสร้างความเป็นชุมชนและอัตลักษณ์ไม่ อาจหลีกเลี่ยงความสั มพัน ธ์เชิงอานาจ เพราะการสร้างความ
เป็นชุมชน และอัตลักษณ์ของกลุ่ม เกิดขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์ของการสร้างความแตกต่าง ซึ่งรวมถึง การผนวก
รวม (inclusion) การกีดกัน (exclusion) และการสร้างความเป็น อื่น อัตลักษณ์และวัฒนธรรมจึง เป็น ผลของ
ความสัมพันธ์เ ชิง อานาจและความไม่เ ท่าเทีย มกั นระหว่างคนกลุ่ มต่า ง ๆ ในทานองเดียวกัน ความเป็น ชุ มชน
และความเป็นท้องถิ่นถู กสร้างขึ้นโดยกระบวนการทางประวัติ ศาสตร์ที่ เชื่ อมโยงความสั มพันธ์ เชิง อานาจ และ
ความสัมพันธ์เชิ ง พื้นที่ ในระดับที่ กว้า งกว่าท้ องถิ่ น ผ่านการเจรจาต่อรองและการต่อ สู้ร ะหว่า งกลุ่ มต่า ง ๆ อัต
ลักษณ์ของชุ มชน และท้องถิ่นจึง มี การปรั บเปลี่ ย น และสร้างใหม่อ ยู่เ สมอจากปฏิ สั มพัน ธ์ข องพลัง ต่า ง ๆ ที่
กาหนดความเป็นไปของสัง คม การมองอัตลักษณ์แ ละความเป็น ชุมชนในลัก ษณะที่ เลื่อ นไหลและไม่ ผูก ติ ด กั บ
อาณาเขตที่แ น่น อน ทาให้เราต้องหัน มาให้ ค วามสาคัญ กับ การศึ ก ษาที่ มีลั กษณะความเป็ น พลวัต ร เน้นการ
ตีความ การต่อรอง และการตอบโต้สถานการณ์ที่มนุษย์แต่ละกลุ่มเผชิญหน้าอยู่ภายในความสั มพัน ธ์เชิง อานาจ
ที่ไม่เท่าเทียม27
การพิจารณาความเป็นชุ มชนแบบใหม่ นั้น ลักษณะของความเป็ นชุ มชนที่เ พิ่ มขึ้ นคื อ ความเป็น พลวั ต
หรือเป็นกระบวนการในการปรับตั วและต่ อสู้ ซึ่งมีมุมมองบนพื้น ฐานของแนวคิดและทฤษฏีที่ห ลากหลาย การ
มองชุมชนในแง่ของกระบวนการสะสมแสะการแปลงทุน ประเภทต่างๆ ไปสู่อานาจเชิงสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็ น
ทุนทางเศรษฐกิจ (ทรัพยากร เงิน ทรัพย์สิ��� และเครื่องมือ การผลิ ต) ทุนทางสังคม (เครือข่ายของพันธมิ ต รที่
สามารถระดมกาลั งเพื่ อใช้ในกิจ กรรมต่างๆ เช่น เครือญาติ กลุ่ มแลกเปลี่ยนแรงงาน หัวคะแนนของนั ก การ
26
จาก สื่อเพื่อชุมชน: การประมวลองค์ความรู้ (น. 14), โดย กาญจนา แก้วเทพ, 2543, กรุงเทพมหานคร : สานักงานกองทุ น
สนับสนุนการวิจัย อ้างถึงใน การศึกษาในวิถีชุมชน: การสงเคราะห์ประสบการณ์ ในชุดโครงการวิจัยด้านการศึกษากับชุมชน, โดย อมรวิชช์
นาครทรรพ, 2548, กรุงเทพมหานคร: สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
27
สิทธิชุมชน พัฒนาการและการปรับกระบวนทัศน์ทางมานุษยวิทยา.