54 และพึ่งพาอาศัยกัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายร่วมกัน22 ยศ บริสุทธิ์ กล่าวว่า ชุมชน หรือ community หมายถึง การอยู่ร่วมกันในหน่ วยพื้น ที่เ ดีย วกั น ของ ประชากรที่เป็นสมาชิก โดยมีความสั มพัน ธ์กั นหรื อ มีผ ลประโยชน์บ างอย่า งร่ว มกัน มีกรอบบรรทัด ฐาน หรื อ ระเบียบกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกัน ของประชากรที่ เป็นสมาชิก 23 การที่ระบุว่าเป็นชุมชนมนุษย์หรือไม่นั้ น ต้ อ ง ประกอบด้วยองค์ประกอบของชุ มชน 3 ประการ ได้แก่ คนหรือประชากรในฐานะเป็น สมาชิ กของชุ มชน สิ่งที่ มนุษย์สร้างหรือประดิ ษฐ์ คิ ดค้น ขึ้น และสิ่งที่ธรรมชาติ สร้างขึ้น โดยองค์ประกอบของชุ มชนทั้ ง 3 ประการ มี ความสัมพันธ์และมีการปฏิบัติต่ อกัน โดยมีคนหรือประชากรในฐานะเป็นสมาชิกของชุมชนมาอยู่ร่ว มกัน พร้อม ทั้ง ปลูกสร้างหรือประดิษฐ์คิด ค้นสิ่ง ต่างๆ ขึ้นในชุมชนโดยใช้ฐานทรัพยากรธรรมชาติที่ มีอยู่ เป็น พื้นฐานเพื่ อ ให้ คนในชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและมีคุ ณภาพชีวิ ตที่ดี24 จากความหมายของนัก วิชาการข้างต้น จะเห็นได้ว่าในการให้ค วามหมายของชุ มชนนั้น จะมีลัก ษณะ ใกล้เคียงกัน กล่าวคือหมายถึงกลุ่มคนที่อยู่ในอาณาบริ เวณพื้นที่เ ดียวกัน ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางสัง คมร่ว มกั น มี ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยมีการกาหนดกรอบบรรทัดฐานหรือระเบี ย บ กฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันของสมาชิก ทั้งนี้ หากพิจารณากรอบคิดว่าด้วยความเป็นชุ มชนแบบเดิ ม (หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิ ม) จะวางอยู่บ น พื้นฐานของความสัมพันธ์ทางสังคมบางประการ เช่น 25 (1) ความเชื่อหรืออุดมการณ์ เชิงอานาจ ซึ่งเป็นรากฐานหรือศูนย์รวมของความสั มพัน ธ์ ท าง สังคมทีผ่ ูกโยงครัวเรือน และคนกลุ่มต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันในฐานเป็นพวกพ้อง หรือเป็นคนในชุมชนเดียวกัน (2) พิ ธีก รรม ซึ่ ง เป็ น การผลิ ต ซ้ าของปฏิบั ติ ก ารทางสั ง คมเพื่ อ แสงความเป็ น อั น หนึ่ งอัน เดียวกัน หรือเพื่อสืบทอดสานึก และอุดมการณ์ของชุมชน (3) ภู มิ ปัญญาท้ อ งถิ่ น หรื อ ความรู้ ที่ พั ฒนาสั่ งสมต่ อ กั น มาเป็ น ระยะเวลานาน อั น เป็น พื้นฐานสาคัญที่ตอกย้าร่วมแรงร่วมใจ เพื่อรักษาความโดดเด่นและศักดิ์ศรีของท้องถิ่นเอาไว้ (4) การจัดการทรัพ ยากรบนพื้ น ฐานของจารี ตประเพณี ซึ่งอาจกลายมาเป็ นพื้ นฐา นของ ระบบคุณค่า หรือความเชื่อบางอย่าง เช่น การจัดการป่าหรือที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นของส่วนรวม สมาชิกของ ชุมชนเท่านั้นที่จะมี สิท ธิใช้ และมีหน้า ที่ในการดูแลรั กษา ได้กลายเป็นความเชื่ อในเรื่ อง “ขึด” หรือความเป็ น เสนียดจัญไรหรื ออั ป มงคล อันเกิดจากการละเมิด กฎเกณฑ์จารี�� ประเพณี ซึ่งมักเกี่ยวข้ องกั บพื้ นที่ ส่ว นรวม หรือพื้นที่สาธารณะ เช่น การปิดทางเดิน การถมบ่อน้า เป็นต้น ขึด จึงหมายถึงการละเมิ ดต่อ ความเป็น ชุ มชน 22 จาก ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน (น. 22), โดย สนธยา พลศรี, 2547, กรุงเทพมหานคร: โอเตียนสโตร์. จาก การศึกษาชุมชน: แนวคิดฐานวิจัย และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (น. 3), โดย ยศ บริสุทธิ์, 2558, ขอนแก่น: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น 24 แหล่งเดิม, หน้า 7. 25 จาก สิ ท ธิ ชุ ม ชน พั ฒ นาการและการปรั บ กระบวนทั ศ น์ ท างมานุ ษ ยวิ ท ยา, โดย ยศ สั น ตสมบั ติ , 2561, สื บ ค้ น จาก http://203.131.219.242/cdm/singleitem/collection/trf_or_th/id/2184/rec/6 23

اختر الفقرة المستهدفة3