38 จ) นอกจากนี้ ชนพื้นเมือ งดั้ ง เดิ มไม่จาเป็ น ต้ องมีจ านวนน้ อยดั ง เช่ นชนกลุ่ มน้ อย แต่อาจมี จ านวนมากถึ งครึ่ ง ประเทศก็ ได้ ยกตั ว อย่ างเช่ น ชนพื้ น เมื อ งดั้ ง เดิ มในโบลิ เ วีย ซึ่ ง มี จานวนถึ ง ครึ่ง หนึ่ง ของ พลเมืองชาวโบลิเวียทั้งหมด จะเห็นได้ว่าชนพื้ นเมื อ งดั้ ง เดิ มจะมี ลัก ษณะเฉพาะ และจาต้องมี อ งค์ ประกอบในการถู ก ล่ า อาณานิคมเป็นหลัก ซึ่งจะต่างจากชนกลุ่มน้อยที่ มิได้รั บผลกระทบจากการถูกล่า อาณานิ คม และตามปฏิญ ญา ว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมก็กาหนดสิทธิ ต่าง ๆ ให้แก่ชนพื้นเมืองดั้งเดิมมากกว่าชนกลุ่มน้ อย 1.5 แนวปฏิบัติที่ดีจากตัวอย่ างคาวินิจฉัยของศาลหรือ องค์ การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้ องกั บการคุ้ม ครอง สิทธิของชนพื้นเมืองดั้งเดิม สิทธิของชนกลุ่มน้อย หรือสิทธิชุมชน 1.5.1 คดี Minorities schools in Albania ปี 1935 ของศาลประจายุติธรรมระหว่างประเทศ ข้ อ เท็ จ จริ ง : แอลเบเนี ย ได้ ท าปฏิ ญ ญาเพื่ อ คุ้ มครองชนกลุ่ มน้ อ ย ( Declaration on minorities) ไว้เมื่อปี 1920 เพื่อมุ่งหมายให้ได้รับการยอมรั บให้ เข้าเป็น สมาชิ กในองค์ การสันนิบาตชาติ ต่อมา ปรากฏว่ามีประเด็ นการเรีย กร้ องสิ ทธิ ให้ มีการจัด ตั้ งโรงเรี ยนของชนกลุ่ มน้อ ยในแอลบาเนีย โดยอ้า งสิท ธิ ต า ม ปฏิญญาฉบับดังกล่าวขึ้น ทาให้องค์การสันนิบาตชาติได้ขอให้ศาลประจายุติธรรมระหว่างประเทศให้ ความเห็ น แนะนา (advisory opinion) ว่าปฏิญญาฉบับดังกล่าวมีผลผูกพัน แอลเบเนี ยให้ ต้องดาเนิน การรับรองสิท ธิ ข อง ชนกลุ่มน้อยหรือไม่ คาวินิจฉัย: ศาลประจายุติธรรมระหว่างประเทศได้ วินิจฉัยให้แ อลเบเนีย คุ้มครองสิ ทธิข องชน กลุ่มน้อยในอัลบาเนียตามปฏิญญาฉบับดั งกล่าว ซึ่งการทาปฏิญญาย่อมมีผลผูกพันรัฐฝ่ายที่ ทาปฏิญญาถื อ เป็ น การกระทาฝ่ายเดียวที่มีผลผูก พันรัฐ ตามกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว (Unilateral Act) ซึ่งศาลได้ตัดสิน แยก ชนกลุ่มน้อยออกจากชนกลุ่มใหญ่และวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิ ไว้โดยสรุป ดังนี้ 1. ชนกลุ่มน้อยเป็นพลเมืองเช่นเดียวกับ คนส่วนใหญ่ที่ มีสัญชาติ ตามกฎหมาย ซึ่งชนกลุ่มน้อ ย ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเช่นเดียวกัน 2. ชนกลุ่มน้อยมีความแตกต่า���ทางด้านวัฒนธรรมเป็นสาคัญ 3. ชนกลุ่มน้อยสมควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับคนส่วนใหญ่ 1.5.2 คดี Belgian Linguistics ปี 1968 ของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป ข้อเท็จจริง: ผู้ฟ้องคดีเ ป็น เด็ก จานวนกว่ า 800 คน ซึ่งเป็นชนกลุ่ มน้อ ยที่ พูดภาษาดั ท ซ์ ใ น เบลเยี่ยม เรียกร้องให้รัฐบาลเบลเยี่ย มสร้างโรงเรีย นสอนภาษาฝรั่ งเศสในท้องถิ่นของตน เพื่อให้เด็กทุก คนใน ท้องถิ่นได้มีสิทธิเท่าเทียมกันกับเด็กในท้องที่ อื่นที่พูดภาษาฝรั่งเศสได้ การที่รัฐไม่ดาเนินการรับรองสิทธิดังกล่ า ว ถื อ เป็ น การละเมิ ด สิ ท ธิ ต ามอนุสั ญ ญาแห่ ง ยุ โรปว่า ด้ ว ยสิ ท ธิ มนุษ ยชนและเสรีภ าพขั้ น พื้ น ฐาน ค.ศ. 1950 เกี่ยวกับสิทธิในชีวิตครอบครัว (มาตรา 8) สิทธิในการศึกษา (มาตรา 2 ของพิธีสาร) และเป็นการเลือกปฏิ บั ติ (มาตรา 14 )

اختر الفقرة المستهدفة3