รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
กรณีผู้ต้องหาเจ็บป่วยมีการให้การรักษาเบื้องต้นด้วยยาสามัญ ในส่วนของการตรวจเยี่ยมเรือนจ�ำพบว่าเรือนจ�ำส่วนใหญ่มีสภาพแออัด
เรือนจ�ำบางแห่งมีสภาพเก่าและคับแคบ ไม่สามารถแยกผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีออกจากนักโทษเด็ดขาด๕๔ ด้านสภาพความแออัดอาจ
พิจารณาได้จากจ�ำนวนผู้ต้องขังในปัจจุบันที่อยู่ในความควบคุมซึ่งมีประมาณ ๒๕๗,๘๔๗ คน เป็นชาย ๒๒๐,๖๓๙ คน เป็นหญิง ๓๗,๒๐๘
คน ในขณะที่ความจุมาตรฐานของเรือนจ�ำทั่วประเทศมี ๑๐๙,๔๓๐๕๕ คน ท�ำให้มีผู้ต้องขังเกินความจุอยู่จ�ำนวน ๑๔๘,๔๑๗ คน๕๖
๓ สถานการณ์ปี ๒๕๕๘
กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทรมานบุคคล จ�ำนวน ๗ ค�ำร้อง๕๗ ในจ�ำนวนนี้เป็นเรื่องที่กระท�ำโดยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ๕ เรื่อง และโดยเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ จ�ำนวน ๒ เรื่อง ปี ๒๕๕๗ กสม. ได้รับค�ำร้องเรียนเรื่องนี้ ๑๐ ค�ำร้อง เป็นค�ำร้องที่เกิดขึ้น
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จ�ำนวน ๕ เรื่อง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ๕ เรื่อง๕๘ และระหว่างปี ๒๕๔๗ – ๒๕๕๖ (ณ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖)
ได้รับค�ำร้องเรียน จ�ำนวน ๘๘ ค�ำร้อง เป็นค�ำร้องที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ�ำนวน ๖๘ ค�ำร้อง เป็นค�ำร้องที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่น
๒๐ ค�ำร้อง๕๙ จากการพิจารณาเรื่องร้องเรียน พบว่ามีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ กระท�ำทรมานและมีการ
ปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่ไร้มนุษยธรรมต่อผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องขังในขั้นตอนต่าง ๆ เช่น ขั้นตอนการปิดล้อม ตรวจค้น การจับกุมตัวและ
การเชิญตัว การควบคุมตัว และการสอบสวนหรือการซักถาม๖๐ เป็นต้น
นอกจากนี้ ในด้านการติดตามค้นหาบุคคลทีถ่ กู บังคับให้สญ
ู หาย เช่น
กรณีนายพอละจี (บิลลี่) รักจงเจริญ และนายสมชาย นีละไพจิตร
ซึ่งสูญหายไปโดยไม่ทราบชะตากรรมและอาจมีความเกี่ยวข้อง
กับการใช้อ�ำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน
แต่อย่างใด อนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรี
ได้มีมติให้ประเทศไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครอง
บุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) และมีมติ
เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน
และการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... โดยร่างฉบับนี้จะต้อง
น�ำเข้าเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณา
และให้การรับรอง ก่อนที่จะประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยร่าง
พระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นความพยายามในการจัดท�ำร่าง และผลักดันการออกกฎหมาย โดยการริเริ่มของภาคประชาชน ภาคประชาสังคม
นักวิชาการ และรัฐบาล (โดยกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม) ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ โดยก�ำหนดให้มีการร่างกฎหมายเฉพาะที่ก�ำหนด
ให้ทั้งการทรมานและการอุ้มหายเป็นความผิดทางอาญาที่มีบทลงโทษที่เหมาะสมต่อความร้ายแรงของการกระท�ำความผิด โดยการทรมาน
และการบังคับให้สูญหายเป็นการกระท�ำโดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลอื่นที่ยุยง ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
๕๔ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, เอกสารถอดบทเรียนโครงการตรวจเยี่ยมสถานที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน สถานีต�ำรวจและเรือนจ�ำ ประจ�ำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ – ๒๕๕๙
หน้า ๑๕ – ๑๖
๕๕ สถิติผู้ต้องขังราชทัณฑ์ทั่วประเทศ, กรมราชทัณฑ์, ข้อมูล ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๘
๕๖ ส่วนมาตรการควบคุมผูต้ อ้ งขัง ส�ำนักทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์ ข้อมูล ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ อ้างถึงใน ธานี วรภัทร์, วิกฤติราชทัณฑ์ วิกฤตกระบวนการยุตธิ รรมทางอาญา, ๒๕๕๔, หน้า ๑๕
๕๗ ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ระบบสารสนเทศเพื่อการรวบรวมและบริการสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน: ฐานข้อมูลเรื่องร้องเรียน ดูรายละเอียดได้ที่ <http://hris.nhrc.
or.th/> (เข้าดู ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๙)
๕๘ เรื่องเดียวกัน
๕๙ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ประมวลรายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เล่ม
๑ ระหว่าง ๑ มีนาคม ๒๕๕๔ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗, เรือ่ ง การอนุวตั กิ ฎหมายไทยตามอนุสญ
ั ญาต่อต้านการทรมานและการประติบตั หิ รือการลงโทษทีโ่ หดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือทีย่ ำ�่ ยีศกั ดิศ์ รี, หน้า
๑๐๕
๖๐ ๑) ค�ำร้องที่ ๑๔/๒๕๕๒ ตามค�ำร้องสรุปว่า เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ เจ้าหน้าที่ทหารและต�ำรวจ สถานีต�ำรวจภูธรหนองจิก ได้ตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในต�ำบลโปโละปุโย อ�ำเภอหนองจิก
จังหวัดปัตตานี และจับกุมผู้เสียหายกับพวกรวมสามคนไปควบคุมและสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่สอบสวนได้บังคับให้ดื่มน�้ำคล้ายน�้ำมัน ท�ำให้เกิดอาการปวดท้อง
อย่างรุนแรง ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ต่อมา ถูกสอบสวนอีกครั้งตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ ถึง ๐๓.๐ น. รวมเป็นเวลา ๑๐ ชั่วโมง โดยไม่ได้พัก
๒) ค�ำร้องที่ ๒๑๔/๒๕๕๓ ตามค�ำร้องสรุปว่า เมื่อวันท���่ ๓ เมษายน ๒๕๕๓ ผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับและควบคุมตัวไปไว้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ได้ถูกเจ้าหน้าที่ท�ำการสอบสวนในห้องที่
มีอุณหภูมิเย็น และเจ้าหน้าที่ได้ใช้กระดาษม้วนแล้วฟาดที่ศีรษะ มีรอยฟกช�้ำที่บริเวณข้อมือ และถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่าหากไม่รับสารภาพว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบจะถูกท�ำร้ายร่างกาย
๓) ค�ำร้องที่ ๒๓๖/๒๕๕๘ ตามค�ำร้องสรุปว่า ผู้เสียหายผู้ต้องขังคดีระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้ร้องเรียนต่อ กสม. ผ่านเรือนจ�ำซึ่งตนถูกคุมขัง
เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘ ว่า ก่อนถูกด�ำเนินคดี ถูกเจ้าหน้าที่ต�ำรวจจับกุมตัวในที่สาธารณะ และถูกน�ำตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่งและถูกซ้อมทรมานร่างกายโดยการใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าตาม
ร่างกาย ใช้ถุงด�ำคลุมศีรษะและรัดที่ล�ำคอเพื่อให้ผู้เสียหายขาดอากาศหายใจ รวมทั้งถูกบังคับข่มขู่ให้ผู้เสียหายท�ำแผนประกอบค�ำรับสารภาพในความผิดที่ถูกจับกุม
๔) ค�ำร้องที่ ๔๖๑/๒๕๕๘ ตามค�ำร้องสรุปว่า เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่ต�ำรวจจับกุมตัวเพื่อด�ำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งในการจับกุมผู้เสียหายไม่ได้ขัดขืนแต่
อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้น�ำตัวผู้เสียหายไปยังที่ท�ำการ และร่วมกันท�ำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วยการเตะบริเวณล�ำตัวหลายครั้ง และใช้ไฟฟ้าช็อตตามร่างกาย
47